การดูแลสมองของผู้สูงอายุ

การดูแลสมองของผู้สูงอายุ

การดูแลสมองของผู้สูงอายุ

การดูแลสมองของผู้สูงอายุ

คนทั่วๆ ไป มักจะเข้าใจกันว่า เมื่ออายุมากแล้วสมองจะเสื่อมลง ความจำไม่ดี หมดความคิดความอ่าน ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ดี ช่วยตัวเองไม่ได้และอื่นๆ อีกมาก แต่โดยแท้จริงแล้ว ผู้สูงอายุสามารถจะรักษาให้สมองทำหน้าที่เป็นปกติได้อีกนาน ถ้าท่านเข้าใจวิธีการที่จะดูแลให้ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์ นั่นคือ การดูแลสุขภาพของร่างกายและจิตใจ นั่นเอง

สมองกับสุขภาพทั่วไปของร่างกาย

สุขภาพของร่างกายจะมีผลต่อสมองอย่างมาก โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ จึงควรดูแลสุขภาพของท่านดังนี้

  1. 1.อย่าปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มผู้สูงอายุมักจะมีน้ำหนักตัวเพิ่ม เพราะเคยชินต่อการรับประทานอาหารด้วยปริมาณที่เคยได้รับ วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีการเผาผลาญในร่างกายน้อย ดังนั้น อาหารที่เพิ่มขึ้นจึงไปพอกพูนเป็นไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นนี้ จะมีผลกระทบโดยทางอ้อมอย่างน้อย 3 ประการคือ

2.รักษาความดันโลหิตไว้ให้อยู่ระดับปกติ ถ้าความดันโลหิตสูงเกินไป จะมีโอกาสทำให้หลอดเลือดในสมองแตกได้ ในขณะเดียวกัน ความดันโลหิตที่ต่ำเกินไป ก็ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย ผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิตสม่ำเสมอ อย่าปล่อยปละละเลย หรืออย่ารักษาตัวเอง โดยซื้อยาลดความดันมารับประทานเอง จะมีอันตรายได้

3.ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมและเป็นเวลาพอสมควร ที่นิยมกันมากคือการเดินเร็วๆ วันละครึ่งชั่วโมง ถ้าท่านทำสม่ำเสมอทุกวันให้ตรงเวลา จะทำให้เคยชินอยากจะเดินเมื่อถึงเวลานั้นไม่เกิดการเบื่อหน่าย การเดินออกกำลังจะช่วยรักษาให้น้ำหนักคงที่ และทำให้นอนหลับในกลางคืนได้ดี

4.งดดื่มสุราและสูบบุหรี่รวมทั้งยาเสพติดทั้งหลาย เซลล์ของสมองละเอียดอ่อนต้องการน้ำตาล และออกซิเจนเพื่อทำให้เกิดพลังงาน สุรา บุหรี่และยาเสพติด จะทำให้ขบวนการเกิดพลังงานเสื่อมถอย มีผลต่อสมองอย่างมาก ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้เซลล์ของสมองมีอายุยาวนาน ผู้ที่เสพสุรา ความคิดสร้างสรรค์ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง

5.ระวังในเรื่องการใช้ยาบำรุงทั้งหลาย เพราะยาทุกชนิดเหมือนดาบสองคม ในขณะนี้ตามท้องตลาดมียาบำรุงมากมาย และบางอย่างก็มีคนเชื่อว่าเป็นยากระตุ้นพลังทางเพศ โปรดระวังยาเหล่านี้เป็นพิเศษ ถ้าหากสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ของท่าน ยาอย่างหนึ่งที่กำลังแพร่หลายในต่างประเทศ และมีผู้นำเข้ามาในเมืองไทยบ้างขณะนี้ คือเมลาโทนิน (melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สกัดจากพืช ยานี้บางประเทศยังไม่ยอมให้ใช้พร่ำเพรื่อ เพราะถ้าได้รับฮอร์โมนนี้นานๆ อาจมีผลทำให้ต่อมไร้ท่อบางอย่างในร่างกายฝ่อลงได้

6.ได้รับวิตามินที่พอสมควร เซลล์สมองไม่สามารถจะเกิดพลังงานได้ ถ้าขาดวิตามินบีหนึ่ง หากได้รับวิตามินเหมาะสมก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย ในทางตรงกันข้ามวิตามินบางอย่างถ้าได้รับมากเกินไปอาจจะเกิดโทษได้ วิตามินบางอย่างจะทำให้สารทริปโทแฟน (tryptophan) ถูกแย่งเข้าไปในตับ ไม่เข้าไปในสมอง และอาจจะทำให้เกิดการนอนไม่หลับ หรือมีอาการสั่นคล้ายโรคพากินสันได้

7.ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ มีโรคหลายอย่างที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสมองได้ เช่น โรคซิฟิลิส โรคมาเลเรีย โรคโลหิตจางและอื่นๆ อีกมาก อย่าละเลยนิ่งนอนใจ ผู้สูงอายุควรจะได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ทุก 6 เดือนเป็นอย่างน้อย

ถ้าท่านสามารถดูแลสุขภาพของร่างกายได้ครบทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น ย่อมส่งผลให้สมองของท่านยังคงมีประสิทธิภาพในการทำงานต่อไปได้อีกยาวนาน

Lorem lpsum

  • ความเสื่อมของสติปัญญา
    มนุษย์มีการพัฒนาสมบูรณ์สูงสุดเมื่ออายุ 20-25 ปี จากนั้นประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและอวัยวะจะเริ่ม

About

  • การดูแลสุขภาพสายตา
    การดูแลสุขภาพสายตา ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะทำหน้าที่ในการมองเห็นต่อโลกภา