ผู้สูงอายุกับปัญหาในช่องปาก และวิธีการป้องกันดูแลรักษา

ผู้สูงอายุกับปัญหาในช่องปาก และวิธีการป้องกันดูแลรักษา

ผู้สูงอายุกับปัญหาในช่องปาก และวิธีการป้องกันดูแลรักษา

ผู้สูงอายุกับปัญหาในช่องปาก และวิธีการป้องกันดูแลรักษา

ในปัจจุบันประเทศไทยของเราเริ่มเดินหน้าเข้าสูงสังคมผู้สูงอายุตามหลังประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศทางยุโรป นับจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุก ๆ ปี โดยเฉลี่ยแล้วทุกปี ประเทศไทยเราจะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 1 แสน คน โดยที่นับที่เกณฑ์อายุเริ่มต้นที่ 65 ปี เป็นต้นไป ระบบทางสาธารณสุขของไทยได้ตระหนกถึงปัญหาเหล่านี้จึงได้จัดเตรียมแผน และโครงการต่าง ๆ รองรับผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้สูงอายุเหล่านั้น เช่นกันในทางทันตกรรม หรือทางทันตสาธารณสุขเราก็มีมาตราการหรือโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับเช่นกัน เนื่องจากผู้ป่วยในกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่เป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาในข่องปากเพียงอย่างเดียว แต่ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ร่วมด้วยเป็นต้น แม้จะเป็นผู้ที่ไม่มีปัญหาทางสุขภาพใดๆ แต่ผู้สูงอายุก็มีความเสื่อมถอยของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งเนื้อเยื่อกระดูกและฟัน และอวัยวะที่รองรับฟัน ต่อมน้ำลาย และเยื่อเมือกต่างๆ ในช่องปาก เป็นต้น เหล่านี้ ย่อมทำให้ผู้สูงอายุ เกิดโรคและปัญหาต่าง ๆ ในช่องปากได้ง่าย ซึ่งแบ่งออกเป็น ปัญหาสุขภาพช่องปากหลัก ๆ 7 ประการ ได้แก่ ฟันผุและรากฟันผุ โรคเหงือกอักเสบและปริทันต์อักเสบ ฟันสึก น้ำลายแห้ง การสูญเสียฟันและปัญหาจากการใส่ฟันปลอม มีแผลหรือรอยโรคมะเร็งในช่องปาก และปัญหาเรื่องระบบการบดเคี้ยว ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องมาพบทันตแพทย์

วิธีการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ

          1. การทำความสะอาดฟันและช่องปาก

              การเลือกใช้แปรงสีฟัน  ควรเลือกใช้แปรงที่มีด้ามจับได้ถนัดมือ ยาวพอเหมาะ ส่วนตัวแปรงไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปเมื่อเทียบกับขนาดช่องปาก มีขนแปรงที่นิ่ม ปลายมน และควรเปลี่ยนแปรงสีฟัน เมื่อขนแปรงบาน หรือมีอายุการใช้งาน 2-3 เดือน กรณีผู้สูงอายุที่มีปัญหากล้ามเนื้อมือ หรือไม่สามารถควบคุมการใช้มือในการแปรงฟันแบบธรรมดาได้ดี อาจแก้ไขได้โดย เลือกใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเพื่อผ่อนแรง หรือปรับปรุงขนาดของด้ามแปรงสีฟันทั่วไป ให้จับได้เหมาะมือ เช่น ปรับปรุงส่วนของด้ามแปรง ให้เหมาะกับการกำ เช่น ใช้ยางที่เป็นมือจับของจักรยานสวมทับด้ามแปรงสีฟัน ยึดด้วยกาวหรือดินน้ำมัน หรืออาจเพิ่มสายรัดยึดแปรงไว้กับมือ โดยใช้วัสดุน้ำหนักเบา ไม่ดูดซับน้ำ เช่น หลอดพลาสติก หรือสายน้ำเกลือ ผูกติดกับด้ามแปรง โดยปลายหนึ่งผูกไว้ทางด้านขนแปรง และอีกปลายผูกที่ปลายด้ามแปรง

  วิธีแปรงฟัน ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ร่วมกับการใช้ยาสีฟันชนิดครีมที่ผสมฟลูออไรด์ นานประมาณ 2 นาที โดยแปรงให้ทั่วถึง ทุกซี่ ทุกด้าน โดยเฉพาะคอฟัน และซอกฟัน หลังแปรงฟันแล้ว อาจจะแปรงทำความสะอาดลิ้นเบาๆ  และเลือกใช้อุปกรณ์เสริมอื่นๆที่เหมาะสมร่วมด้วย เช่น ไม้จิ้มฟัน ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน แปรงกระจุกเดียว

          ไหมขัดฟัน    ลักษณะ เป็นเส้นแบน มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ให้เลือกใช้ตามขนาด ความกว้างของซอกฟัน ใช้ช่วยทำความสะอาดซอกฟัน โดยใช้ควบคู่กับการแปรงฟัน อย่างน้อย  วันละ 1 ครั้ง การใช้ จะดึงไหมขัดฟันออกมายาวประมาณ12 นิ้ว ใช้นิ้วกลาง พันแต่ละปลายไว้  ใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้จับเส้นไหม  ตามรูปนำไหมขัดฟันค่อยๆผ่านลงในซอกฟัน พยายามอย่าให้บาดเหงือก กวาดถูไหมขัดฟันขึ้นลงในแนวดิ่งเพื่อขจัดเอาคราบจุลินทรีย์ออก ถ้ารู้สึกไหมขัดฟันติดให้ปล่อยปลาย ข้างหนึ่งแล้วค่อยๆ ดึงออกด้านข้าง

 แปรงซอกฟัน  ใช้ทำความสะอาดซอกฟันที่ที่เป็นช่อง หรือฟันห่าง ได้ดี การใช้ เลือกขนาดแปรงให้ส่วนที่เป็นขนแปรงมีขนาดใหญ่กว่าซอกฟัน ที่จะทำความสะอาดเล็กน้อย  จุ่มน้ำให้ขนแปรงอ่อนนุ่ม สอดเบาๆ เข้าไประหว่างซอกฟันในทิศที่เอียงไปทางปลายฟัน ขยับเข้าออกแนวนอน

   แปรงกระจุกเดียว  ลักษณะคล้ายแปรงสีฟันปกติ แต่มีขนแปรงเพียงกระจุกเดียว ใช้ทำความสะอาดในจุดลึกๆ หรือแคบ เช่น ด้านหลังฟันกรามซี่ สุดท้ายที่แปรงสีฟันปกติแปรงได้ไม่ถึงไม่ถนัด หรือใช้แปรง วนรอบฟันซี่ที่เหลือเดี่ยวๆ ไม่มีฟันข้างเคียง

  ไม้จิ้มฟัน  ใช้ช่วยทำความสะอาด ขจัดคราบจุลินทรีย์ที่อยู่ระหว่างซอกฟัน และช่วยเขี่ยเศษอาหารออก แต่มักใช้ได้ถนัดในฟันหน้า ที่มีเหงือกร่น มีช่องเห็นชัด หรือช่องระหว่างแยกรากฟัน ไม้จิ้มฟันควรมีลักษณะด้ามตรง แบน เรียว บาง ไม่มีเสี้ยน ใช้โดยสอดเข้าไปในซอกฟัน ระวังอย่าให้เป็นอันตรายต่อเหงือก  กรณีใช้ทำความสะอาดคอฟัน  ถ้าเป็นไม้จิ้มฟันปลายแหลมควรกัดปลายให้แตกเป็นพู่ก่อน แล้วค่อยๆใช้ครูดไปตามคอฟันขอบเหงือกไม้จิ้มฟันใช้ง่ายกว่าไหมขัดฟัน  แต่มีข้อจำกัดมากกว่า ตรงที่ใช้ได้เฉพาะผู้ที่มีช่องว่างระหว่างซี่ฟัน ไม่สามารถใช้ขัดทำความสะอาดตรงมุมโค้งของฟัน และซอกฟันปกติ เพราะโอบรอบฟันไม่ได้

   น้ำยาบ้วนปาก  น้ำยาบ้วนปากบางชนิด ช่วยลดการเกิดคราบจุลินทรีย์และขจัดเชื้อโรค แต่ควรปรึกษาทันตแพทยก่อนใช้ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสมดุลในช่องปาก

          ฟันปลอม

          ฟันปลอมชนิดถอดได้  หลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ควรถอดฟันปลอมออกมาทำความสะอาด โดยใช้แปรงสีฟันขนอ่อนกับน้ำสบู่ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ห้ามใช้ผงขัด ขณะล้างควรมีภาชนะรองรับ เพื่อกันฟันปลอมตกแตก ถ้ามีคราบฝังแน่นติดฟันปลอมสามารถแช่ในน้ำยาแช่ฟันปลอม หรือน้ำผสมเม็ดฟู่สำหรับฟันปลอมช่วยขจัดคราบและฆ่าเชื้อโรคได้และที่สำคัญก่อนนอนต้องถอดฟันปลอม เพื่อให้เหงือกได้พักผ่อน และเอาฟันปลอมแช่น้ำไว้เสมอ ไม่ให้ฟันปลอมแตกแห้ง

          ฟันปลอมชนิดติดแน่น  ควรใช้ไหมขัดฟันสอดเข้าทำความสะอาดใต้ฟันปลอมและขอบเหงือกด้วย

 

2.     การเลือกรับประทานอาหาร

    • ควรเลือกอาหารพวกโปรตีนย่อยง่าย ผัก ผลไม้ที่มีกากใยสูง รสไม่หวานจัด
    • ควรลดอาหารที่หวานจัด นิ่มละเอียดมากๆ หรือเหนียวติดฟัน เพราะจะเกิดการตกค้างได้มาก ทำความสะอาดยาก เกิดฟันผุง่าย
    • ควรลดอาหารเปรี้ยวจัด หรือน้ำอัดลม เพราะมีกรด ทำให้ฟันสึกกร่อน
    • ควรรับประทานอาหารให้เป็นมื้อ ไม่ควรกินจุบจิบ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน เพื่อลดการตกค้างของเศษอาหาร
    • สำหรับผู้ใส่ฟันปลอม ควรระมัดระวังเป็นพิเศษในการรับประทาน โดยเฉพาะอาหารเหนียวและแข็ง

3.     การเสริมสร้างความแข็งแรงของช่องปาก

 

    • การเสริมสร้างความแข็งแรงของตัวฟัน

ควรใช้ฟลูออไรด์เฉพาะที่ เพื่อป้องกันฟันผุ มีแบบใช้ได้เองทั่วไปคือ ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ น้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ และแบบที่ทันตแพทย์เป็นผู้ให้บริการ คือ ฟลูออไรด์เข้มข้นแบบเจล วานิช ทาเคลือบที่ฟัน

    • การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าและลิ้นการบริหารใบหน้า

จะช่วยปลุกเส้นประสาท กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า เช่น แก้ม ปาก และลิ้น ให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น  แนะนำให้ทำหลังล้างหน้าตอนเช้า มี 3 ขั้นตอน แต่ละขั้นใช้เวลาประมาณ 10 วินาที แล้วผ่อนคลาย จากนั้นให้ปฏิบัติซ้ำตั้งแต่ต้นอีก 3 รอบ ดังนี้

การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าและลิ้น

ถึงแม้ในวัยสูงอายุ ก็ยังคงสามารถรักษาสุขภาพเหงือกและฟันที่ดี และคงสภาพการใช้งานให้นานที่สุดได้  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีภาวะโภชนาการที่เพียงพอ  มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งแล้ว คือ การเอาใจใส่ดูแลอนามัยช่องปากด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ

 

Lorem lpsum

  • ความเสื่อมของสติปัญญา
    มนุษย์มีการพัฒนาสมบูรณ์สูงสุดเมื่ออายุ 20-25 ปี จากนั้นประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและอวัยวะจะเริ่ม

About

  • การดูแลสุขภาพสายตา
    การดูแลสุขภาพสายตา ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะทำหน้าที่ในการมองเห็นต่อโลกภา