วิธีฟื้นความจำสำหรับผู้สูงอายุ

หลายๆคนที่มีปัญหาเหล่านี้มักจะโทษว่า “แก่แล้ว ขี้ลืม” บางคนก็โทษว่ามียีนขี้ลืม หรือชีวิตที่ยุ่ง

มากทำให้ได้หน้าลืมหลัง แต่จะมีสักกี่คนที่จะหันมามอง อาหารที่กินในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสิ่งที่เราเลือกกินทุกสิ่งมีผลต่อความคิด สมาธิ ระดับความเฉลียวฉลาด ความจำ ความรวดเร็วในการโต้ตอบ รวมทั้งอัตราความเสื่อมของสมอง

ปกติเมื่อเราแก่ตัวลงจะมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสารอาหารของสมองที่จะใช้ในการทำงาน เช่น การสร้างสารสื่อประสาท การรักษาระดับการทำงานของเซลล์สมอง รวมทั้งการซ่อมแซมเซลล์สมองด้วย ฉะนั้นการปรับวิธีกินสารอาหารบางชนิดจะช่วยให้การทำงานของสมองในส่วนการเรียนรู้ดีขึ้น

สมองเราจะตอบโต้ต่อสิ่งที่ทำอันตรายสมองในทำนองเดียวกับที่ร่างกายทำ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การกินที่ย่ำแย่ สารพิษ ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่พอ ขาดสารอาหาร ฯลฯ สิ่งที่ควรทำคือ ปรับให้สมองพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้น แล้วเราจะเห็นความมหัศจรรย์ ของสมอง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมีข้อแนะนำในการฟื้นฟูสมองให้กลับมาเฉียบแหลมอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเข้าสู่วิธีเหล่านั้น เราควรทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมองเสียก่อน

ยีนของโรคอัลไซเมอร์

เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับยีน และไม่ใช่ยีนเพียงตัวเดียว แต่จะมียีนหลายๆตัวของหลายๆโรคที่แอบมีความสัมพันธ์กัน (เหมือนกับหนุ่มสาวที่แอบมีกิ๊กหลายๆคน) รวมทั้งโรคสมองเสื่อม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างที่มีผลต่อการทำงานของยีนเกี่ยวข้องด้วย ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ อาหาร วิตามิน แร่ธาตุ สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ ความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และอื่นๆอีกมากมาย

คนที่มี ยีนอะโป-อี4 (APOE-e4) นอกจากจะมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์สูงแล้ว ยังทำให้การลดระดับคอเลสเตอรอลและการขับพิษสารปรอทออกจากสมองทำได้ยาก นอกจากนี้ร่างกายยังมียีนอีกชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขับพิศโลหะและสารพิษอื่นๆ ได้แก่ ยีนจีเอสที (glutathione-s-transferase, GST) แต่ก็นั่นแหละ ถึงใครจะมียีนนี้แต่หากประสิทธิภาพการทำงานไม่ดี ก็จะทำให้คนคนนั้นสะสมสารพิษมากเกินไปได้

ถ้าคนคนนั้นมียีนทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้ว ก็จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะความจำเสื่อมมากขึ้น

มีงานวิจัยรายงานไว้ว่า คนที่ไม่มียีน GST มีแนวโน้มว่าจะทำให้มีระดับสารปรอทสะสมในร่างกายสูง

ยีน MTHFR (methylenetetrahydrofolate reductase) คนที่มียีน MTHFR จะทำให้ร่างกายมีความต้องการโฟเลตสูงขึ้นเพื่อช่วยลดสารโฮโมซิสเตอีนในเลือด เพราะสารตัวนี้เป็นพิษต่อสมอง เร่งให้สมองเสื่อม

ยีน CETP (cholesteryl ester transfer protein) ยีนชนิดนี้เป็นกิ๊กกับอะโป-อี4 คนที่มียีนชนิดนี้จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงง่าย การที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความจำเสื่อม ฉะนั้นเมื่อยีนอะโป-อี4 มาปิ๊งกับยีน CETP จะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดความจำเสื่อมสูงขึ้นไปอีก

มีอาหารช่วยต้านการทำงานของยีนที่ไม่ดีหรือไม่

การแพทย์ทางเลือกจะใช้ความรู้ด้านอาหารและความสัมพันธ์ของยีนมาช่วยแก้ไขหรือผ่อนหนักเป็นเบา

holiday palace

หากตรวจพบว่ามีระดับสารปรอทสูง อาหารที่จะช่วยแก้พิษปรอท คือ ผักตระกูลคะน้า วอเตอร์เครส ผักชี มิลค์ทิสเซิล (milk thistle) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของยุโรปที่มียางสีขาวคล้ายน้ำนม มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันตับจากสารพิษ แร่ธาตุซีลีเนียม สังกะสี และยาที่จะช่วยให้ร่างกายขจัดพิษได้ง่ายขึ้น

หากมียีนที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง ก็จะมุ่งไปที่การลดสารโฮโมซิสเตอีนโดยใช้วิตามินประเภทโฟเลต วิตามินบี 6 และบี 12 ในปริมาณสูงกว่าปกติ

แต่วิธีการเหล่านี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อมีการตรวจยีนก่อน ในบ้านเราค่าบริการตรวจยีนยังค่อนข้างแพง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก นั่นจึงทำให้มีข้อจำกัดในการใช้วิธีตรวจยีนผสมผสานกับการใช้โภชนศาสตร์ในการแก้ไข

ฉะนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องของความจำในทางการแพทย์ ความจำเสื่อมจะดำเนินไปเรื่อยๆ บางครั้งเร็ว บางครั้งช้า แต่จะไม่ดีขึ้น สมัยก่อนโรคหัวใจหรือหลอดเลือดตีบเป็นโรคที่ถูกมองว่ามาสามารถรักษาได้ แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการพิสูจน์แล้วว่ารักษาได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจึงเชื่อว่าโรคความจำเสื่อมสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ถ้ารู้แต่เนิ่น ๆ และให้ความสนใจกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการทำงานของสมอง เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด การขาดสารอาหาร สารพิษ ฮอร์โมน เสียสมดุล การอักเสบ และอื่นๆอีกมากมาย

Lorem lpsum

  • ความเสื่อมของสติปัญญา
    มนุษย์มีการพัฒนาสมบูรณ์สูงสุดเมื่ออายุ 20-25 ปี จากนั้นประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและอวัยวะจะเริ่ม

About

  • การดูแลสุขภาพสายตา
    การดูแลสุขภาพสายตา ดวงตา เป็นอวัยวะที่สำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะทำหน้าที่ในการมองเห็นต่อโลกภา