Posted in การควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วนของผู้สูงอายุ

การควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วนของผู้สูงอายุ

ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วนของผู้สูงอายุ

การควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วนของผู้สูงอายุ
การควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วนของผู้สูงอายุ

ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

เมื่ออายุยิ่งเพิ่ม น้ำหนักที่มากขึ้นยิ่งตามมา ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าผลดี เพราะจะนำมาซึ่งโรคของผู้สูงอายุที่จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป อาทิ โรคเบาหวาน โคเลสเตอรอลสูง หรือโรคกระดูกไขข้อต่างๆ ดังนั้น การดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่ลูกหลานควรใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ แต่จะให้ผู้สูงอายุลดน้ำหนักด้วย การอดอาหารหรือออกกำลังกายอย่างหนักเหมือนเด็กและวัยรุ่นคงลำบาก ด้วยร่างกายและสภาวะที่เปลี่ยนไป การลดน้ำหนักในผู้สูงอายุจึงควรทำอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ยังได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนควบคู่กันไปด้วย

ผู้สูงอายุที่ว่านี้หมายถึง ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่จะว่าไปแล้ว อายุผู้สูงอายุในปัจจุบันน่าจะเฉลี่ยสูงขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น เพราะมีเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ที่ทันสมัยและพัฒนาไปมากกว่าสมัยก่อนมาก แต่ถึงอย่างไรการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุในเรื่องต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยระบบต่างๆ ในร่างกายจะเสื่อมลงตามอายุขัย ส่วนสภาพจิตใจก็จะมีการเปลี่ยนแปลงง่าย ขี้หงุดหงิด มีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกหลานจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้

อาหารกับวัยผู้สูงอายุ

อาหารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ยิ่งถ้ามีภาวะทางโภชนาการที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงสภาวะในร่างกายก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีภาวะโภชนาการไม่ดี มีน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมหรือแก่เร็ว ดังนั้น เราจึงควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว
การกินอาหารครบ 5 หมู่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างภูมิต้านทานโรค ซึ่งนอกจากจะให้กินอาหารครบ 5 หมู่และควบคุมเรื่องปริมาณของอาหารแล้ว ยังต้องเลือกชนิดของอาหารให้เหมาะสมด้วย เช่น นมที่ให้ดื่ม ก็ควรเป็นนมไขมันต่ำ เพื่อจำกัดปริมาณไขมัน และโคเลสเตอรอล ส่วนเนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย เช่น เนื้อปลา ส่วนเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่ อาจต้อลลดปริมาณลงบ้าง เพื่อป้องกันการได้รับกรดยูริคที่มากเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคข้ออักเสบ หรือโรคเก๊าได้

วิธีควบคุมน้ำหนัก

โดยธรรมชาติแล้วเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดลงบ้าง แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในระยะเวลา 6 เดือน แต่ในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี เพราะหากต้องแบกรับน้ำหนักต่อไป อาจทำให้เกิดโรคร้ายอื่นๆ ตามมาได้ การลดน้ำหนักให้ได้ผลควรค่อยเป็นค่อยไป ทำได้โดย

  • ควรกินอาหารให้ตรงเวลา และครบทุกมื้อ เพื่อรักษาระบบเผาผลาญอาหารให้เป็นปกติ แต่ต้องลดปริมาณในแต่ละมื้อลง
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญอาหาร และลดความอยากกินอาหาร
  • ปรุงประกอบอาหารด้วยวิธีต้ม ตุ๋น นึ่ง อบ แทนการทอด เพื่อลดการใช้น้ำมัน เช่น แกงจืด แกงส้ม แกงเลียง
  • เลือกอาหารที่มีใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด อย่างข้าวกล้อง หรืออาหารเช้าซีเรียลโฮลเกรนผสมนมไขมันต่ำ เพราะใยอาหารจะช่วยให้อิ่มนาน ลดการกินจุบจิบ และสามารถช่วยดูดซับน้ำตาลและโคเลสเตอรอลในเลือดได้
  • นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เช่น การเดิน หรือวิ่งเหยาะๆเพื่อให้รู้สึกสดชื่น และร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดี อย่างไรก็ตาม การควบคุมน้ำหนักให้กับผู้สูงอายุควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหม ลูกหลานควรดูแลและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ภารกิจควบคุมน้ำหนักนี้สำเร็จได้ด้วยดี
Posted in การได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ สำหรับผูสูงอายุ

การได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ สำหรับผูสูงอายุ

การได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ สำหรับผูสูงอายุ

การได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์  มาสูดอาการที่บริสุทธิ์ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้ และทำให้จิตใจเบิกบาน ทำให้ไม่เครียดเป็นการผ่อนคลายไปในตัว

Posted in การออกกำลังกายของผู้สูงอายุ

การออกกำลังกาย เป็นเรื่องสำคัญของวัยผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

การออกกำลังกาย เป็นเรื่องสำคัญของวัยผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

การออกกำลังกายของผู้สูงอายุ
การออกกำลังกายของผู้สูงอายุ

ออกกำลังกาย  หากไม่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่ม มีการยืดเส้นยืดสายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว

คุณภาพชีวิตที่ดีเกิดขึ้นได้ทุกวัย หากเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้

ไม่ว่าใครก็คงทราบถึงคุณประโยชน์ของการออกกำลังกาย แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเสียเมื่อไร โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มักอ้าง ‘เหตุผล’ มากมายที่ทำให้ ‘ออกกำลังกายไม่ได้’ ไม่ว่าจะเป็นการเดินไม่ถนัด เหนื่อย ข้อติด มีโรคประจำตัว เวียนศีรษะ ปวดขาปวดเข่า ฯลฯ

อันที่จริง วัยเกษียณควรจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข เพราะปลอดจากภาระต่าง ๆ แล้ว แต่ความจริงคือ หลายคนต้องเวียนเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว บางรายซึมเศร้า นั่งนอนเฉย ๆ เพราะความเจ็บป่วยรุมเร้า แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัญหาสุขภาพที่บั่นทอนความสุขในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุนั้นอาจบรรเทา หรือทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมซึ่ง Better Health มีความเห็นจาก นพ. สุธี ศิริเวชฎารักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด มาได้เรียบเรียงให้คุณได้อ่านกัน

การออกกำลัง คือความจำเป็น
แน่นอนว่าการออกกำลังกายเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหลายทางแต่สำหรับผู้สูงอายุที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่สะดวกแล้ว การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายามอยู่ไม่น้อย “การจูงใจให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายนั้นต้องให้ผู้ป่วยทราบถึงผลดีของการออกกำลังกาย และผลเสียของการขาดการออกกำลังกาย” นพ. สุธีเริ่ม

อธิบาย “ยิ่งผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวแล้ว ต้องบอกเลยครับว่าปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้น ไม่ได้ทำให้คุณออกกำลังกายไม่ได้นะครับ แต่เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าคุณจำเป็นต้องออกกำลังกายแล้ว หากยังอยากที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีสุขภาพดี อยากไปไหนได้ไป อยากทำอะไรได้ทำ และสามารถดูแลตัวเองได้ในวัยเกษียณครับ”

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุประสบปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกายมีตั้งแต่ อายุที่เพิ่มขึ้น โรคประจำตัวของแต่ละคน อาทิโรคเบาหวานที่ส่งผลถึงหลอดเลือดส่วนปลาย รวมทั้งการมองเห็นโรคไขข้ออักเสบ ฯลฯ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อซึ่งอาจเป็นผลมาจากการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ประกอบกับขาดการออกกำลังกายส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแอลง และปัญหาเรื่องการทรงตัว อาการวิงเวียน หน้ามืด ทรงตัวลำบาก มักเกิดกับผู้สูงวัยที่มีปัญหาเรื่องความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคพาร์กินสัน เป็นต้น

การออกกำลังกายไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นสำหรับทุกคนที่อยากมีสุขภาพดีไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด “เหตุที่ผมบอกว่าการออกกำลังกายเป็นความจำเป็นนั้นก็เพราะว่าการออกกำลังกายมีผลดีต่อร่างกายหลายอย่าง ในผู้สูงอายุการออกกำลังจะช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยเรื่องการทรงตัวเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนเป็นโรคอะไร เช่น ถ้าเป็นโรคข้อ เดิมอาจจะมีข้อติดอยู่ การออกกำลังกายที่เน้นเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อก็ช่วยให้ดีขึ้นได้ รวมทั้งผู้ป่วยโรคเบาหวานและไขมันสูง ก็จะได้ประโยชน์โดยตรงเพราะถ้าเน้นออกกำลังกายแบบแอโรบิค ร่างกาย ก็จะเผาผลาญ

อาหารดีขึ้น ส่งผลให้น้ำตาลและไขมันในเลือดลดลงลดการใช้ยาลงได้จนกระทั่งสามารถหยุดยาได้ในบางราย”

ออกกำลังให้ถูก ทำอย่างไร
การออกกำลังกายในผู้สูงอายุมีความแตกต่างจากการออกกำลังกายในคนหนุ่มสาวมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว นพ. สุธีเน้นว่า“ข้อควรจำในการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ คือ ต้องห้ามออกแรงมากหรือเคลื่อนไหวเร็ว ผมมักจะแนะนำผู้ที่มาปรึกษาว่าให้เน้นออกกำลังกายเป็นส่วน ๆ ไปครับ โดยต้องยึดหลักไว้ว่าทำช้า ๆ ต่อเนื่อง และมีแรงต้านหรือแรงกระแทกน้อย”

การออกกำลังกายในผู้สูงอายุจะเป็นไปเพื่อเน้นเสริมสร้างการทำงานของร่างกาย ดังต่อไปนี้

-เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อ ทำได้โดยการเคลื่อนไหวข้อต่อต่าง ๆ ให้ได้สุดพิสัยการเคลื่อนไหว เช่น ข้อไหล่ จากแขนแนบอยู่ข้างลำตัวก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเหนือศีรษะให้สุด ทำต่อเนื่องข้อละประมาณ 5-10 ครั้ง
-เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายแบบนี้ คือการออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่จะช่วยเรื่องการเคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อหลัง เช่น ยกน้ำหนักที่ไม่หนักมากนัก ดันกำแพง หรือการยกแขน ยกขา ในผู้สูงอายุ น้ำหนักของแขนขาก็ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้แล้ว
-เพิ่มความยืดหยุ่นและการทรงตัว เป็นการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ จนสุด หรือเกินกว่าพิสัยการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อ ร่วมกับมีการถ่ายเทน้ำหนักไปมาเพื่อเพิ่มการทรงตัว ลดโอกาสในการหกล้ม บาดเจ็บ หรือปวดกล้ามเนื้อ ตัวอย่างการออกกำลังกายชนิดนี้ ได้แก่ การรำมวยจีน โยคะ โดยเลือกท่าง่าย ๆ
-เพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและปอด หรือที่เรียกว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ๆ อย่างต่อเนื่องให้หัวใจทำงานถึงระดับหนึ่งที่เรียกว่า Target Heart Rate (TGR) หรืออัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมาย ซึ่งในผู้สูงอายุ TGR จะต่ำกว่าในคนหนุ่มสาวโดยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60-70 ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (Maximum Heart Rate) และคงที่อยู่ประมาณ 15 นาที และควรทำให้ได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์หรือวันเว้นวันโดยประมาณ
“การจัดหมวดหมู่การออกกำลังกายเช่นนี้เพื่อให้เราเห็นชัดว่ามีอะไรบ้างที่จำเป็น ซึ่งการออกกำลังแต่ละครั้งจะได้ประโยชน์หลายอย่างร่วมกัน อาทิ การรำมวยจีน ได้มีการเคลื่อนไหวของข้อ ได้ใช้กล้ามเนื้อจากการยกแขนขา เป็นการออกกำลังกายที่ไม่มีแรงต้านมีการถ่ายเทน้ำหนักไปมา และหากทำได้นานพอก็ได้ประโยชน์กับหัวใจด้วย”

อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุบางรายอาจมีข้อจำกัด เช่น มีปัญหาเรื่องข้อเข่าหรือมีความเสี่ยงมากต่อการหกล้มบาดเจ็บ ก็อาจปรับเปลี่ยนเป็นการออกกำลังในท่านั่งหรือนอนได้ และแม้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ใช่ไม่ยอมออกกำลังกายเลย ชีวิตหลังวัยเกษียณจะเป็นชีวิตที่เปี่ยมสุข และสุขภาพดีอย่างยั่งยืนหรือไม่ คุณเลือกเองได้ แล้วอย่างนี้คุณพร้อมจะเริ่มชีวิตหลังวัยเกษียณแล้วหรือยัง

คุณหักโหมเกินไปหรือเปล่า
การออกกำลังกายเป็นเรื่องจำเป็นแต่การหักโหมเกินไปนั้นอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ วิธีการประเมินความหนักหน่วงในการออกกำลังกายอย่างง่าย ๆ คือการบอกด้วยความรู้สึกว่าเหนื่อยมากน้อยเพียงใดด้วย Borg RPE Scale หรือ Rating of Perceived Exertion (RPE) ที่ให้คะแนนความเหนื่อยตามความหนักหน่วงในการออกกำลังกายไว้ตั้งแต่ระดับ 6-20 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ฝากไว้ให้ระวัง!

หากคุณเป็นผู้สูงอายุและคิดจะเริ่มออกกำลังกาย มีหลายเรื่องที่คุณต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังต่อไปนี้

-รู้จักตัวเองว่าเป็นโรคอะไร และมีความเสี่ยงอย่างไร อย่าลืมปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม
-เริ่มออกกำลังกายจากเบา ๆ ในเวลาสั้น ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความหนักและระยะเวลาขึ้นจนสามารถออกกำลังกายได้นานถึง 15-30 นาที
-สวมใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่เหมาะสมคล่องแคล่วเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นขณะออกกำลัง
-จัดสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม สถานที่ออกกำลังกายควรเป็นพื้นที่
-เรียบโล่ง มั่นคง มีอุณหภูมิพอเหมาะ ไม่ร้อนหรือหนาวจัดเกินไป
-เลือกรูปแบบการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เน้นชนิดที่ช้า ไม่มี
-แรงกระแทกต่อข้อ หรือแรงต้าน และไม่หนักหน่วงเกินไป เช่น การเดินขี่จักรยาน ว่ายน้ำ
-ห้ามกลั้นหายใจหรือเบ่งไม่ว่าจะออกกำลังกายอะไรก็ตาม เพราะจะเพิ่มความต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลาย ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักโอกาสที่ความดันจะสูงขึ้นจนเป็นอันตรายมีสูงมาก
-อาการปวดเมื่อยหลังออกกำลัง (Post Exercise Soreness) อาจเกิดขึ้นได้ พักและปรับรูปแบบการออกกำลังให้เบาลงแล้วจึงค่อยกลับไปออกกำลังกายตามเดิม
-อบอุ่นร่างกายทุกครั้งประมาณ 10 นาที เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นก่อนออกกำลังกาย และอย่าหยุดทันทีทันใดภายหลังออกกำลังกาย ให้เวลาในการ “คูลดาวน์” ประมาณ 5-10 นาที เพื่อให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจและสมอง ซึ่งจะลดอาการปวด เวียนศีรษะลงได้
-อย่าออกกำลังกายจนรู้สึกว่าเหนื่อยเกินไป สังเกตการหายใจว่าเร็วเกินไปหรือไม่ พูดฟังรู้เรื่องหรือไม่
-หากมีอาการผิดปกติระหว่างออกกำลังกาย เช่น หายใจขัด เจ็บหน้าอกหรือเวียนศีรษะต้องหยุดทันที

Posted in การเลือกอาหาร สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ

การเลือกอาหาร สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ

การเลือกอาหาร สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ

การเลือกอาหาร สำหรับการดูแลผู้สูงอายุ

 การเลือกอาหาร  โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลง จึงควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา และเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุมักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

อาหารการกินในวัยผู้สูงอายุผู้สูงอายุ

ในที่นี้หมายถึงผู้ที่อยู่ในวัย 60 ปีขึ้นไป ซึ่งในปัจจุบัน เป็นปีที่จะเกษียณอายุของทางราชการ แต่ในอนาคตจะมีคนอายุ 60 ปี แต่ยังแข็งแรงทั้งสุขภาพกายสุขภาพจิต ความคิดความอ่าน การตัดสินใจยังดีอยู่ จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้สูงอายุน่าที่จะขยับไปอยู่ที่วัย 65 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปร่างกายคนเราจะเริ่มมีการเสื่อมของอวัยวะตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ดังนั้นการดูแลรักษาสุขภาพที่ดี และถูกสุขลักษณะตั้งแต่ต้นจะช่วยลดโอกาสการเกิดโรค หรือปัญหาทางสุขภาพที่มักเกิดขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ
วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ สภาพร่างกายจะเห็นได้ว่าเสื่อมลงตามอายุขัย สภาพจิตใจมีการเปลี่ยนแปลงง่าย ขี้หงุดหงิด มีความวิตกกังวล เนื่องจากการเจ็บป่วย หรือจากการเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย

ความสำคัญของอาหารกับวัยผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมีความต้องการปริมาณอาหารลดลงจากวัยหนุ่มสาว แต่จำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างความต้านทานโรค อาหารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของแต่ละคน ผู้ที่มีภาวะทางโภชนาการดีมีสุขภาพแข็งแรง มีการดำเนินชีวิตที่ดี ไม่เครียดจนเกินไป การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในร่างกายจะเป็นไปอย่างช้าๆ ทำให้ไม่ค่อยแก่ ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี เจ็บป่วยดื่มสุรา มีน้ำหนักมากหรือน้อยเกินไป ร่างกายจะเสื่อมโทรมเร็วทำให้แก่เร็ว

สำหรับปัญหาเรื่องอาหารการกิน หรือโภชนาการในวัยนี้ มีข้อคิดอยู่ว่า ขอให้รับประทานอาหารให้ครบหมู่ และควบคุมปริมาณโดยดูจากการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากขึ้น และในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้ลงมาตามที่ควรเป็นด้วย เพราะโครงสร้างของท่านเสื่อมตามวัย ถ้ายังต้องแบกน้ำหนักมากๆ จะเป็นปัญหาได้

ผู้สงูอายุงมักมีการขาดอาหารได้ง่าย เนื่องจากเมื่อย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะร่างกาย สังคม และเศรษฐกิจ อันอาจนำไปสู่ภาวะทุโภชนาการได้ เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว อาจจะเป็นอุปสรรคในการไปหาซื้ออาหารข้างนอก หรือแม้แต่การจะประกอบอาหารด้วยตนเอง การที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ขาดการติดต่อกับสังคมภายนอก ก็ปล่อยปละละเลยในเรื่องอาหารการกิน จนถึงปัญหาที่ต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง เพราะรายได้ลดลงหรือไม่มีเลย เนื่องจากต้องออกจากงานประจำที่เคยทำอยู่ ผู้สูงอายุบางรายหันเข้าหาเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือปัญหาทางจิตใจ เมื่อผู้สูงอายุดื่มสุรามาก ทำให้ร่างกายหันมาใช้พลังงานจากแอลกอฮอล์ ทำให้มีอาการเบื่ออาหาร และขาดสารอาหารอย่างอื่นที่จำเป็น ที่สำคัญเช่น วิตามินบีหนึ่ง กรดโฟลิค เป็นต้น นอกจากนั้นโรคประจำตัวเรื้อรังที่มักพบในผู้สูงอายุก็ทำให้มีอาการเบื่ออาหาร หรือทำให้ร่างกายต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ ผู้สูงอายุจึงเป็นกลุ่มที่มีการขาดอาหารได้ง่ายกว่ากลุ่มประชากรอื่นๆ

วิธีสังเกตว่าผู้สูงอายุกำลังมีการขาดอาหารที่ซ่อนเร้นอยู่ โดยทั่วไปผู้สูงอายุมักจะแลดูผอมลง แก้มตอบ กล้ามเนื้อขมับทั้งสองข้างเล็กลง ตาลึกลง กล้ามเนื้อแขนขาก็อาจจะเล็กลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้ดูเสมือนว่า ผู้สูงอายุอาจมีการขาดโภชนาการที่ดี ยิ่งบางรายมีน้ำหนักลดลงจะยิ่งกังวลมาก โดยธรรมชาติเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดลงได้บ้างแต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในเวลา 6 เดือน ซึ่งเกิดจากการลดลงของเนื้อเยื่อพวกกล้ามเนื้อ กระดูก ปริมาณน้ำในร่างกายและอื่น ๆ แต่ถ้าน้ำหนักลดมากเกิน ร้อยละ 5 จากน้ำหนักเดิม เช่น น้ำหนักตัวเดิม 60 กิโลกรัม แต่ลดลงเหนือ 56 กิโลกรัม ภายในเวลา 6 เดือน มักจะมีสาเหตุที่เป็นความผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์

โปรตีนคุณภาพ
ควรให้รับประทานไข่วันละ 1 ฟอง และดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว สำหรับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ควรลดน้อยลง เพราะส่วนใหญ่จะติดมันมากับเนื้อสัตว์ด้วย

อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง จะให้สารอาหารที่เรียกว่า “โปรตีน” ผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับโปรตีนให้เพียงพอเพื่อช่วยซ่อมแซ่มส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ในวันหนึ่งผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

เนื้อปลาเป็นอาหารโปรตีนที่ผู้สูงอายุควรเลือกรับประทาน เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ย่อยง่าย ไขมันต่ำ ควรเลือกก้างออกให้หมด เนื้อปลายังมีกรดไขมันชนิดโอเมก้ -3 ที่สามารถป้องกันหลอดเลือดแข็งและโรคหัวใจได้ รวมทั้งยังมีแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุต้องการอีกด้วย

หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ควรสับให้ละเอียดหรือต้มให้เปื่อยเพื่อสะดวกต่อการเคี้ยว สำหรับเนื้อไก่ควรลอกหนังออก เนื่องจากหนังไก่จะมีไขมันมากเกินไป

ผู้สูงอายุควรรับประทานไข่วันละ 1 ฟอง หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ฟอง ในกรณีผู้สูงอายุที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง ควรเลือกรับประทานเฉพาะไข่ขาวเท่านั้น

ผู้สูงอายุควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว นมเป็นอาหารให้สารอาหารโปรตีน และเเคลเซียมสูง สำหรับผู้สูงอายุที่ดื่มนมแล้วท้องเสีย อาจเปลี่ยนเป็นนมถั่วเหลืองแทน

พืชจำพวกถั่วชนิดต่างๆ เป็นอาหารประเภทโปรตีน ช่วยซ่อมแซม และสร้างเนื้อเยื่อที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งผู้สูงอายุแม้จะไม่เจริญเติบโตอีกแต่ร่างกายก็ต้องมีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่สูญสลายไปตลอดเวลา ผู้สูงอายุต้องการสารอาหารกลุ่มนี้มากกว่าในวัยหนุ่มสาวเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว เป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาไม่แพงที่ให้คุณค่าม่แพ้เนื้อสัตว์ ทั้งยังมีกากเส้นใยทำให้ลำไส้บีบตัวดี ป้องกันเรื่องท้องผูกได้

ไขมัน
ควรใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันข้าวโพด ในการปรุงอาหาร เพราะเป็นน้ำมันพืชที่มีกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย สามารถควบคุมระดับไขมันในเลือด เท่ากับเป็นการช่วยลดภาวะหลอดเลือดแข็ง และโรคหัวใจขาดเลือด

ไขมันจากสัตว์ และพืช อาหารหมู่นี้ให้พลังงานแก่ร่างกายหากกินมากจะทำให้อ้วน และไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

หลีกเลี่ยงน้ำมันพืชที่ใช้ประกอบอาหารกะทิซึ่งเป็นน้ำมันจากมะพร้าว

หลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ เช่น หนังไก่ หนังหมู ไข่แดง อาหารกลุ่มนี้จะให้ไขมันสูงมาก ซึ่งถ้ารับประทานมากเกินไปจะเป็นผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก ทำให้หลอดเลือดแข็ง และเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญลดลง เช่น สมอง และหัวใจ

คาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล)
คนสูงอายุควรรับประทานข้าวให้ลดน้อยลง ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ข้าวเมื้อละ 1 จาน หรือ ปริมาณ 2 ทัพพี

ไม่ควรรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มาก หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัดและของหวานทุกชนิด อาหารจำพวก ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน ให้สารอาหารที่เรียกว่า “คาร์โบไฮเดรท” ซึ่งให้พลังงานต่อร่างกาย หากรับประทานมากเกินไปจะสะสมเป็นไขมัน ควรเลือกรับประทานในรูปของธัญพืช เช่น ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวโพด หรืออาหารแป้ง เช่น ขนมปัง บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารเหล่านี้จะมีกากใยอาหารอยู่ด้วยซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

หากผู้สูงอายุต้องการรับประทานข้าวกล้องก็ควรหุงให้นิ่ม ข้าวกล้องนอกจากจะให้พลังงานแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้อีกด้วย

อาหารประเภทแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว เผือก มันสำปะหลัง ผู้สูงอายุควรรับประทานลดลง เนื่องจากความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อลดลง ควรรับประทานอาหารกลุ่มนี้แต่พออิ่ม ไม่มากจนเกินไป เพราะส่วนที่เกินจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามที่ต่างๆ อันจะเป็นผลเสียต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม มีผลต่อข้อเข่า ทำให้เสื่อมเร็วขึ้นและปวดเข่าเวลาเดินในภายหลัง

เกลือแร่และวิตามิน
แร่ธาตุที่ผู้สูงอายุต้องการและมักจะขาดคือ ธาตุแคลเซียม และธาตุสังกะสี ธาตุแคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก พบมากในนม ก้อนเต้าหู้ ผักผลไม้ เมล็ดงา กระดูกสัตว์ เช่น ปลาป่นหรือปลากระป๋อง ผู้สูงอายุจึงควรรับประทานนมบ้าง แต่ควรเป็นนมพร่องไขมันเนย เพื่อลดปริมาณไขมันที่ไม่จำเป็นออกไป ส่วนธาตุสังกะสีมีความจำเป็นต่อร่างกายหลายระบบโดยเฉพาะผิวหนัง ซึ่งมีมากในอาหารทะเล ปลา เป็นต้น

เกลือแร่เป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่พบว่ามีการขาดในผู้สูงอายุ เกลือแร่ที่ควรให้ความสนใจมากๆ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก จากข้อกำหนดสารอาหารสำหรับผู้สูงอายุ กำหนดให้ผู้สูงอายุ ควรได้รับแคลเซียม และฟอสฟอรัสประมาณ 800 มิลลิกรัม/วัน แต่มีการศึกษาว่าควรได้รับสูงกว่านี้ คือประมาณ 1,000-1,500 มิลลิกรัม/วัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน เพราะมีการดูดซึมแคลเซียมน้อยลง จึงทำให้เกิดมีปัญหาของกระดูก เนื่องจากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ และทำให้กระดูกเปราะ พรุนและไม่แข็งแรง จึงพบว่าเมื่อประสบอุบัติเหตุ หรือหกล้มเพียงเล็กน้อย ผู้สูงอายุจะมีอาการของกระดูกหักได้ง่าย

เหล็กเป็นเกลือแร่อีกชนิดหนึ่งที่พบว่ามีการขาดในผู้สูงอายุ และทำให้เกิดโรคโลหิตจาง ซึ่งทำให้ผู้สูงอายุเหนื่อยง่าย ความต้านทานโรคน้อยลง เจ็บป่วยได้ง่าย ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง เกลือแร่มีในอาหารทุกชนิด ทั้งเนื้อสัตว์ นม ไข่ ผัก ผลไม้ และธัญพืช แต่ในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน

วิตามินนั้นมีหลายชนิด แต่ที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะขาดได้บ่อยเช่น วิตามินบีหนึ่ง วิตามินอี วิตามินดี และกรดโฟลิค ถ้าผู้สูงอายุท่านนั้นอยู่แต่ในบ้าน

วิตามินเป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายเพื่อช่วยในการเผาผลาญอาหา ที่บริโภคให้เป็นพลังงาน และสามารถนำไปใช้ในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ เพิ่มภูมิต้านทานโรคและสร้างสารเคมีที่จำเป็นสำหรับร่างกาย วิตามินมีหลายชนิด มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณที่ไม่เท่ากัน

ปัญหาการขาดวิตามินในผู้สูงอายุพบได้เสมอ เช่น การขาดวิตามินบีหนึ่ง ทำให้เกิดโรคเหน็บชา มีอาการชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ซึ่งเกิดได้เพราะ รับประทานอาหารไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากการรับประทานอาหารซ้ำๆ เป็นเวลานาน ทำให้ได้รับวิตามินบางชนิดน้อยลง วิตามินมีมากในผัก และผลไม้ ควรเลือกผักและผลไม้ที่รับประทานง่าย ให้ผู้สูงอายุได้รับประทานทุกมื้อและให้มีหลากชนิดในแต่ละวัน นอกจากได้รับวิตามินแล้ว ผักและผลไม้ยังให้ใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ไม่เกิดปัญหาท้องผูกในผู้สูงอายุได้อีกด้วย

ใยอาหาร
คนสูงอายุควรรับประทานอาหารที่เป็นพวกใยอาหารมากขึ้น เพื่อช่วยป้องกันการท้องผูก เชื่อกันว่าช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด และลดอุบัติการของการเกิดมะเร็งของลำไส้ใหญ่ลงได้

ใยอาหารมิได้เป็นสารอาหาร และไม่ได้ให้พลังงาน แต่ร่างกายควรได้รับทุกวัน เพราะช่วยในการขับถ่าย ซึ่งพบว่าผู้สูงอายุมักมีปัญหาท้องผูกอยู่เสมอ ใยอาหารช่วยเพิ่มปริมาณ ของอุจจาระ และอุ้มน้ำไว้ ทำให้อุจจาระไม่แข็งตัว และช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ ทำให้เกิดการขับถ่ายได้สะดวก ผู้สูงอายุจึงควรได้รับใยอาหารให้เพียงพอด้วย

ใยอาหารได้มาจากข้าวซ้อมมือ ถั่วต่างๆ ผัก และผลไม้

ปัญหาการบริโภคผัก และผลไม้ของผู้สูงอายุก็คือ ไม่สามารถเคี้ยวผักสดหรือผลไม้ที่แข็งได้ จึงควรดัดแปลงการประกอบอาหารประเภทผัก และผลไม้ ให้มีลักษณะอ่อนนุ่ม เคี้ยวได้ง่าย เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถบริโภคได้สะดวกขึ้น ก็เป็นทางหนึ่ง ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้น

ผักและผลไม้
ผัก ต่างๆ ได้แก่ ผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักคะน้าผักกวางตุ้ง ฯลฯ ผักประเภทผล เช่น แตงกวา มะระ ฟักทอง แครอท ฯลฯ เป็นอาหารที่อุดมด้วยสารอาหารประเภทวิตามิน และเกลือแร่ ผู้สูงอายุสามารถกินได้ไม่จำกัดแต่ควรกินหลายๆ ชนิดสลับกัน

ควรกินผักนึ่งหรือต้มสุกไม่ควรกินผักดิบเพราะย่อยยากทำให้ท้องอืดได้

ปัจจุบันพบว่าผักพื้นบ้านของไทยหลายชนิดมีคุณสมบัติเป็นพืชสมุนไพร

ผลไม้ต่างๆ ผู้สูงอายุเลือกกินได้ทุกชนิด และควรกินทุกวันอาหารในหมู่นี้จะให้สารอาหารใน สารอาหารที่เรียกว่า “วิตามิน” มีประโยชน์ต่อร่างกายให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติคือควรเลือกผลไม้ที่มีเนื้อ นุ่มเคี้ยวง่าย ได้แก่ มะละกอ กล้วยสุก ส้มเขียวหวาน เป็นต้น

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และผู้ที่อ้วนมาก ไม่ควรกินผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน น้อยหน่า

น้ำดื่ม
คนสูงอายุควรรับประทานน้ำประมาณ 1 ลิตร ตลอดทั้งวัน แต่ทั้งนี้ควรจะปรับเองได้ ตามแต่ความต้องการของร่างกาย โดยให้ดูว่า ปัสสาวะมีสีเหลืองอ่อนๆ เกือบขาว แสดงว่าน้ำในร่างกายเพียงพอแล้ว

น้ำเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ให้พลังงาน แต่มีความจำเป็นแก่ร่างกายในการนำพาสารอาหารต่างๆ ไปยังอวัยวะภายในร่างกาย และทำให้ผิวพรรณสดใสและเกิดความสดชื่น น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำสะอาด บริสุทธิ์ ไตของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพน้อยลงในการขับถ่ายของเสีย การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้มีน้ำ ผ่านไปที่ไตมากพอที่จะช่วยไตขับถ่ายของเสียได้ง่ายขึ้น ผู้สูงอายุจึงควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว

น้ำชา และกาแฟ ผู้สูงอายุบางคนมีอาการท้องผูกหรือนอนไม่หลับหลังจากดื่มน้ำชา หรือกาแฟ ลูกหลานหรือผู้สูงอายุเองควรสังเกตอาการหลังจากดื่มชาหรือกาแฟด้วย และควรหลีกเลี่ยง ถ้าเกิดอาการเช่นนั้น

น้ำอัดลมมักทำให้เกิดแก๊สมากในกระเพาะ และทำให้มีอาการอึดอัด เกิดความไม่สบายหลังการดื่ม จึงควรหลีกเลี่ยง ในกรณีที่ไม่มีอาการดังกล่าวก็สามารถดื่มได้ แต่ไม่ควรมาก หรือบ่อยเกินไป เพราะเครื่องดื่มชนิดนี้ให้น้ำตาลเพียงอย่างเดียวทำให้อิ่ม รับประทานอาหารได้น้อยลง และทำให้อ้วนได้ ถ้าดื่มในปริมาณมาก และทุกวัน

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ วิสกี้ ฯลฯ แอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มเหล่านี้ สามารถทำลายตับได้ ดังนั้นผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มากๆ จึงพบว่าเป็นโรคตับแข็ง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดสารอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ได้ แต่ถ้าดื่มเพียงเล็กน้อยก่อนอาหาร เพื่อให้เจริญอาหารย่อมทำได้

ปัญหาทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ในผู้สูงอายุ
มีผลมาจากความเสื่อมทางด้านสรีระ โดยเฉพาะระบบการย่อย และดูดซึมอาหารของผู้สูงอายุเอง ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการดำรงชีวิต เช่น สภาพทางเศรษฐกิจด้วยลง กิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือการพบปะสังสรรค์ทางสังคมน้อยลงก็ทำให้ผู้สูงอายุเกิดอารมณ์เศร้าซึม หรือแม้กระทั่งปัญหาการเบื่ออาหาร เนื่องจากรับรู้รสอาหารด้อยลง การเลือกรับประทานอาหารโดยไม่คำนึงถึงประเภทที่หลากหลาย และความครบถ้วนของสารอาหารที่ควรได้รับ หรือไม่ควรได้รับมากน้อยเกินไป

โรคขาดสารอาหาร หรือภาวะบกพร่องทางอาหาร เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการยึดมั่นอยู่กับการกินที่ไม่ถูกต้อง ขาดแคลนเงินซื้ออาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ระบบการย่อยและดูดซึมเสื่อมสภาพ และอารมณ์ที่ผันแปร ว้าเหว่ วิตกกังวล ทำให้ความอยากอาหารลดลง

ลักษณะการขาดสารอาหารที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ
น้ำหนักตัวน้อยอันเนื่องมาจากการเสื่อมถอยของระบบทางเดินอาหาร และย่อยอาหาร และการขาดวิตามินแร่ธาตุ ผู้สูงอายุมีโอกาสขาดวิตามิน และแร่ธาตุสูง

ถ้าการบริโภคอาหารไม่เพียงพอ หรือไม่ครบถ้วนตามที่ร่ายกายต้องการ การขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดนั้นยังเกี่ยวพันกับการบริโภคโปรตีนไม่เพียงพอ หรือมีคุณภาพไม่ดีพออีกด้วย

ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะขาดวิตามินแทบทุกชนิด ที่พบบ่อยคือการขาดวิตามินซี มักพบในรายที่รับประทานผักและผลไม้น้อย เป็นโรคโลหิตจางเนื่องมาจากการขาดธาตุเหล็ก และอีกโรคหนึ่งที่สำคัญที่มักพบโดยทั่วไปก็คือ โรคกระดูกพรุน อันเนื่องมาจากการขาดแคลเซียม และมีภาวะการขาดโปรตีน วิตามินดี และวิตามินซี ร่วมด้วย

ดังนั้นการดูแลโภชนาการผู้สูงอายุที่ควรได้รับนั้นจึงมีความสำคัญ และต้องมีความครบถ้วนอย่างพอดีต่อความต้องการของร่างกาย

นอกจากนี้ยังควรดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพใจของผู้สูงอายุให้แข็งแรงแจ่มใสด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพอเหมาะกับวัย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นดูแลรักษาร่างกายเป็นประจำ พบปะสังครรค์กับครอบครัว และผู้ใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอ หากิจกรรมยามว่างทำเพิ่มเติม และทำจิตใจให้เป็นสุข

Posted in การตรวจสุขภาพประจำปี ของผู้สูงอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปี ของผู้สูงอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปี ของผู้สูงอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปี ของผู้สูงอายุ
การตรวจสุขภาพประจำปี ของผู้สูงอายุ

การตรวจสุขภาพประจำปี  แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และยังมีตรวจการมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

การตรวจสุขภาพประจำปี มีความจำเป็นต่อทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งอยู่ในวัยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมากที่สุด  การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นการตรวจร่างกายเพื่อค้นหาโรค หรือความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อให้สามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อน ลดความรุนแรงของโรค หรือความพิการที่อาจเกิดขึ้นในบางโรคได้ ทำให้รักษาอาการในระยะเริ่มต้นได้

โรคที่มักพบในการตรวจสุขภาพประจำปี
โรคที่มักพบในการตรวจสุขภาพประจำปี ได้แก่ โรคโลหิตจาง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคพยาธิ โรคระบบทางเดินปัสสาวะ วัณโรค และมะเร็ง เป็นต้น

ส่วนโรคที่มักตรวจพบในผู้สูงอายุ จากการซักประวัติ การวัดความดันโลหิต และการตรวจอื่นๆ มีดังนี้
– ความดันโลหิตสูง
– โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
– มะเร็งเต้านม
– ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
– การใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมจนเกิดภาวะข้างเคียง
– โรคเบาหวาน
– โลหิตจาง
– ไขมันในเลือดสูง
– ต่อมไทรอยด์ทำงานลดลง
– ภาวะประสาทหูเสื่อม
– โรคทางตาต่างๆ เช่น โรคต้อกระจก โรคต้อหิน ประสาทจอรับภาพเสื่อม สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติ
– โรคผิวหนังต่างๆ เช่น การติดเชื้อรา มะเร็งผิวหนัง ผื่นแพ้ยา ผิวแห้ง
– โรคเกี่ยวกับเหงือกและฟัน

นอกจากโรคทางกายที่ตรวจพบ ยังพบได้ว่ามีผู้สูงอายุหลายท่าน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต อันเนื่องมาจากสภาพทางร่างกายที่เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง การสูญเสียความมั่นคง การสูญเสียความภูมิใจในตนเอง เป็นต้น

การดูแลตนเองในการตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุมาก ซึ่งนอกจากการตรวจสุขภาพประจำปีแล้ว ลูกหลานควรให้ความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย เผื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตใจที่แข็งแรง

Posted in การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายผู้สูงอายุ

การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายผู้สูงอายุ

การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกายผู้สูงอายุ

การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ
การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ

การสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด

การเรียนรู้ถึงปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ในผู้สูงอายุรวมถึงวิธีป้องกันและดูแล จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อีกยาวนานด้วยสุขภาพที่ดีและมีชีวิตชีวา

เมื่อวัยเพิ่มขึ้น การทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะย่อมเสื่อมถอยลงไป ปัญหาสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แต่สามารถทำความเข้าใจ ป้องกัน และดูแลได้

“ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกคือ กลุ่มโรคสามัญทั่วไปที่เป็นได้แม้ยังไม่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ไต ซึ่งเกิดได้กับคนทุกวัย แต่พออายุมากขึ้น ก็ยิ่งมีโอกาสเป็นมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มอาการที่เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุ คือเกิดจากความชราภาพของร่างกายหรือจากผลข้างเคียงจากโรคที่มารุมเร้าทำให้การดูแลตนเองถดถอยลง”

สำหรับกลุ่มอาการที่เป็นปัญหาเฉพาะหรือพบบ่อยในผู้สูงอายุนั้น ได้แก่
1. อาการสับสนและสูญเสียความทรงจำ
อาการหลงลืมหรือคิดช้าลงเป็นอาการที่พบได้เมื่ออายุมากขึ้น หากมีปัญหาสุขภาพที่เฉียบพลัน เช่น การอักเสบติดเชื้อ หัวใจหรือสมองขาดเลือด ก็อาจเกิดอาการเพ้อ งุนงง สับสนได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อแก้ไขที่สาเหตุของการเจ็บป่วย อาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้นได้

สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่คนในครอบครัวควรสังเกตก็คือ หากพบว่าผู้สูงอายุเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ พฤติกรรมและความทรงจำอย่างต่อเนื่องและเป็นเวลานาน นั่นอาจเป็นสัญญาณถึงอาการเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมได้ โดยสัญญาณเตือนว่าผู้สูงอายุอาจมีอาการสมองเสื่อม เช่น เรียนรู้หรือจดจำสิ่งใหม่ๆ ลำบาก พูดซ้ำถามซ้ำ เริ่มบกพร่องในการทำสิ่งที่ซับซ้อน หลงหรือลืมทิศทางในที่ที่ควรคุ้นเคย ไม่อยากเข้าสังคมหรือพูดน้อยลง อารมณ์หรือนิสัยเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาวะสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุดเกิดจากโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเกิดจากการฝ่อของเนื้อสมอง แต่สมองเสื่อมสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ เช่น เส้นเลือดสมองตีบ โรคพาร์กินสัน โรคต่อมไทรอยด์ การขาดวิตามินบี 12 เป็นต้น

การป้องกันและการดูแล
ถ้าคนในครอบครัวสังเกตเห็นว่าผู้สูงอายุเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด ความจำ จนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการและรับการรักษา แม้ว่าภาวะความจำเสื่อมจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็มีวิธีที่จะช่วยชะลอการดำเนินไปของโรคได้ อาทิ การทำกิจกรรมต่างๆ ที่กระตุ้นสมอง เช่น ทำงานหรือทำงานบ้านเท่าที่ทำได้ เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมกับครอบครัวและเพื่อนๆ อ่านหนังสือ เล่นเกม ออกกำลังกาย เป็นต้น
2. ภาวะกระดูกพรุน
เป็นภาวะที่ผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตัวเองเป็นเพราะแทบไม่มีอาการเลย กว่าจะทราบก็เมื่อหกล้มกระดูกหักแล้ว ภาวะกระดูกพรุนคือการที่เนื้อกระดูกบางลง ทำให้เปราะหักหรือยุบง่าย ส่วนใหญ่พบได้ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนและผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปี

การป้องกันและการดูแล
ผู้หญิงอายุมากกว่า 55 ปีและผู้ชายอายุมากกว่า 70 ปี ควรได้รับการตรวจความหนาแน่นมวลกระดูก (bone mineral density หรือ BMD) ซึ่งจะบ่งบอกถึงความหนาบางของมวลกระดูกเมื่อเทียบกับค่ามวลกระดูกที่ปกติในผู้ใหญ่ทั่วไป
ควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือดร่วมด้วย เนื่องจากวิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียมที่รับประทาน หากพบว่ามีระดับที่ต่ำ ควรรับประทานวิตามินดีเสริม
ควรได้รับแคลเซียมจากอาหารหรือยาอย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
ออกกำลังกายประเภทลงน้ำหนัก เช่น เดิน วิ่ง ยกน้ำหนักเบาๆ
หากได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะกระดูกพรุน ควรรับการรักษาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกแตกหรือหัก

3. ปัญหาการทรงตัวและการหกล้ม
ปัญหาการทรงตัวหรือหกล้มในผู้สูงอายุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ข้อเสื่อม กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง โรคทางสมอง ความดันโลหิตตกเมื่อลุกขึ้นยืนจากท่านั่งหรือนอน หัวใจเต้นผิดจังหวะ ยาต่างๆ ที่มีผลต่อความดันโลหิตหรือทำให้ง่วง สภาพแวดล้อมที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ พื้นที่ลาดเอียงหรือลื่นเปียก เป็นต้น

ปัญหาการทรงตัวและการหกล้มเป็นปัญหาที่สำคัญมากสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากมีกระดูกบางพรุนอยู่แล้ว เมื่อหกล้มก็อาจทำให้กระดูกหักได้ง่ายและอาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนที่ตามมาจากการผ่าตัดและนอนโรงพยาบาลนาน

การป้องกันและการดูแล
หลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ง่วงซึมหรือความดันโลหิตตก
ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว
ปรับสิ่งแวดล้อม เช่น เพิ่มไฟสว่าง พื้นกันลื่น มีราวจับ
ตรวจมวลกระดูกเพื่อประเมินหาโรคกระดูกพรุนและรับการรักษาตามความเหมาะสม

4. อาการนอนไม่หลับ
ผู้สูงอายุมักมีปัญหาคุณภาพการนอนที่ลดน้อยลง อาจหลับยากขึ้น ตื่นบ่อย หลับไม่ลึก และตื่นมาไม่สดชื่น โดยมีสาเหตุจากสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงตามวัย รวมถึงอาจมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวล อาการปวดต่างๆ กรดไหลย้อน ปัญหาการหายใจหรือโรคนอนกรน ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ผลข้างเคียงจากยา
ทั้งนี้อาการนอนไม่หลับมักส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการลื่นหกล้ม อารมณ์หงุดหงิดหรือภูมิคุ้มกันลดลงจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมในผู้สูงอายุ

การป้องกันและการดูแล
จัดห้องนอนให้มีบรรยากาศที่ช่วยให้หลับสบาย เช่น เงียบสงบ ใช้ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่มีสีไม่ฉูดฉาด ปรับอุณหภูมิในห้องให้เหมาะสม ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป
พยายามนอนให้เป็นเวลาและสถานที่เดิมทุกวันเพื่อให้เกิดความเคยชิน
ไม่ควรเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำมากนัก เวลาที่เหมาะสมคือ 3-4 ทุ่ม และตื่นตี 4-5
พยายามดื่มน้ำช่วงเช้าและกลางวัน และดื่มให้น้อยลงหลังอาหารเย็น เพื่อลดการปัสสาวะตอนกลางคืน นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังเวลาบ่าย 2 โมง
ไม่ควรนอนกลางวันเป็นเวลานานๆ อาจหากิจกรรมเบาๆ ทำ หรือพูดคุยเล่น หากเพลียหรือง่วงจริงๆ อาจงีบได้บ้าง แต่ไม่ควรงีบหลังบ่าย 3 โมง เพราะจะทำให้กลางคืนหลับยาก
ปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนยาที่อาจทำให้นอนไม่หลับและรักษาต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ
หากต้องใช้ยานอนหลับ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่องอาจทำให้ติดได้

5. ปัญหาการกลั้นการขับถ่ายไม่อยู่
ผู้สูงอายุอาจมีปัญหาในเรื่องของการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อนหรืออ่อนล้า กระเพาะปัสสาวะอ่อนไหวเกินไป ความบกพร่องในการควบคุมการกลั้นการขับถ่ายที่เกิดจากสมองหรือเส้นประสาท การรับประทานยาบางชนิด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ภาวะท้องผูก ต่อมลูกหมากโต และโรคเบาหวาน

การป้องกันและการดูแล
ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แก้ไขได้ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ออกกำลังกายและขยับเขยื้อนให้กล้ามเนื้อร่างกายแข็งแรงขึ้น
ฝึกการขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานวันละ 50-100 ครั้ง
ฝึกการกลั้นปัสสาวะโดยปัสสาวะเป็นเวลาและค่อยๆ ยืดเวลาระหว่างการปัสสาวะ เพื่อฝึกกระเพาะปัสสาวะให้สามารถกลั้นได้มากขึ้น

6. อาการมึนงง เวียนศีรษะ
อาการมึนงงและเวียนศีรษะเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุและเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การหกล้มตามมาได้ อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตต่ำ ผลข้างเคียงจากยา (เช่น ยาแก้ปวดบางชนิดยาคลายเครียด ยากันชัก) ภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โลหิตจาง ความวิตกกังวล เป็นต้น

การป้องกันและการดูแล
พยายามตรวจหาและแก้ไขสาเหตุ
ระมัดระวังการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการลุกจากท่านั่งหรือนอน
ใช้อุปกรณ์การทรงตัวต่างๆ เช่น ไม้เท้า ราวจับ เป็นต้น

7. ปัญหาภาวะทุพโภชนาการและความผิดปกติในการรับประทานอาหาร
เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปัญหาสุขภาพฟัน ภาวะกลืนลำบาก ความอยากอาหารน้อยลง น้ำหนักลด ผลข้างเคียงจากยาทำให้เบื่ออาหาร ภาวะซึมเศร้าหรือหลงลืมทำให้ไม่ดูแลโภชนาการตนเอง โรคเรื้อรังต่างๆ ที่ส่งผลต่อความอยากอาหาร เป็นต้น สาเหตุเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารและพลังงานไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น การติดเชื้อ ภาวะกระดูกพรุน กล้ามเนื้อลีบลง และแขนขาอ่อนแรง

การป้องกันและการดูแล
ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แก้ไขได้
ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
จัดมื้ออาหารให้รับประทานร่วมกับผู้อื่น เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง
จัดเตรียมอาหารที่คำเล็ก ย่อยง่าย และมีความหลากหลาย
ปรึกษาแพทย์เพื่อทบทวนยาที่อาจทำให้เบื่ออาหารได้
ปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารเสริมทางการแพทย์ประเภทชงหรือพร้อมดื่มเพื่อเพิ่มพลังงาน

8. ปัญหาการได้ยิน
ผู้สูงอายุจะมีความสามารถในการรับเสียงที่แย่ลง มักมีอาการหูอื้อหรือหูตึง โดยมีอาการเริ่มแรกคือ ไม่ค่อยได้ยินเสียงแหลมๆ หรือเสียงที่มีความถี่สูง เช่น เสียงผู้หญิง เสียงดนตรีคีย์สูงๆ หรือเมื่ออยู่ในสถานที่ซึ่งมีเสียงรบกวนก็อาจฟังไม่เข้าใจทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตในการสื่อสารกับผู้อื่นน้อยลงโดยไม่รู้ตัว

การป้องกันและการดูแล
ในกรณีที่มีปัญหาการได้ยินมาก ไม่ค่อยได้ยินเสียง (โดยเฉพาะเป็นทั้ง 2 ข้าง) และรบกวนคุณภาพชีวิตประจำวันมาก คือ ไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินด้วยการใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ในระดับหนึ่ง
ลูกหลานควรปฏิบัติต่อผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ ด้วยการพูดคุยใกล้ๆ พูดช้าๆ ใช้เสียงทุ้มที่ดังกว่าธรรมดาและมีการสบตา เลือกยืนหรือนั่งพูดคุยในตำแหน่งที่ผู้สูงอายุสามารถเห็นปากผู้สนทนาได้อย่างชัดเจน เลือกสนทนาในสถานที่ที่ไม่มีเสียงรบกวน

9. ปัญหาการมองเห็น
นอกเหนือจากวัยที่เพิ่มขึ้นแล้ว โรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาการมองเห็นที่ลดลง และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้

การป้องกันและการดูแล
ผู้สูงอายุควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกเหนือจากปัญหาสุขภาพกายเหล่านี้แล้ว สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน  “ผู้สูงอายุควรดูแลสภาพจิตใจตัวเองให้เบิกบาน ไม่เครียด ขณะเดียวกันสมาชิกในครอบครัวหรือผู้ดูแลก็มีส่วนอย่างมากต่อการดำรงชีวิตที่มีความสุขของผู้สูงอายุ เพราะการดูแลเอาใจใส่ผู้ใหญ่ในบ้านด้วยความรัก ปฏิบัติต่อท่านอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนคือหัวใจของการดูแลผู้สูงอายุอย่างแท้จริง”

Posted in ทั่วไป

ซ่อมiphone ศูนย์ซ่อมมาตฐานผ่านการอบรมจากแอฟเปิ้ล

ซ่อมiphone

ซ่อมiphone ศูนย์ซ่อมมาตฐานผ่านการอบรมโดยตรงจากแอฟเปิ้ล เปิดให้บริการมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมาหลายปี

จากประสบการณ์การซ่อมที่สามารถแก้ปัญหาการใช้งานของลูกค้าได้ทุกปัญหาการใช้งาน เราจึงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งใจขอนแก่น และทั่วประเทศ ลูกค้าซ่อมiphone ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่ากับซ่อมกับเรา จึงได้รับการบอกต่อกันไปเรื่อยๆ จึงมีลูกค้าทั้งจังหวัดไกล้เคียงเดินทางมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ลูกค้าต่างจังหวัดที่ไม่สะดวกเดินทางมาด้วยตนเองก็ส่ง iphone มาซ่อมกับร้านของเราอย่างไม่ขาด เราจึงมีโปรโมชั่นดีๆไว้บริการลูกค้าอยู่สม่ำเสมอ และส่วนลดอื่นๆมากมาย พร้อมกับคำแนะนำการใช้งานอย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งาน iphone ของท่านให้สามารถใช้ได้อย่างนาน คุ้มที่สุด

ซ่อมiphone ที่ร้านคิมล็อค เทเลคอม ตอบโจทย์ของท่านได้อย่างแน่นอน ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 9 ปี สามารถเข้าใจไอโฟนได้อย่างลึก เข้าใจระบบ วิเคราะห์อาการได้อย่างแม่นยำ มีอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ พร้อมสำหรับการซ่อม ทนุถนอมไอโฟนที่ท่านรักไม่มีเสียหายแน่นอน

สามารถติดต่อเราได้ที่
เว็บไซต์ : http://ร้านซ่อมไอโฟน.com
โทร. 087-868-8998
Line id: jomyut2499

Posted in ทั่วไป

ซ่อม iPhone ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ซ่อม iPhone

ซ่อม iPhone ผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด แก้ปัญหาทุกอาการเสีย รับซ่อมไอโฟนจัดส่งทั่วประเทศ โดยทีมงานมืออาชีพ

ซ่อม iPhone ผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด รับซ่อมไอโฟนจัดส่งทั่วประเทศ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ซ่อม iPhone ทั่วประเทศ รับซ่อมไอโฟนทุกปัญหาทุกอาการเสีย รับซ่อมผลิตภัณฑ์ของ Apple ทุกชนิด ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมการรับประกันการซ่อมที่น่าพึงพอใจ และการใส่ใจในการบริการ พร้อมอธิบายอาการเสียอย่างละเอียด พร้อมแนะเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้ของที่ท่านรักอยู่กับท่านไปอย่างนานแสนนาน
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ลูกค้าจึงมั่นใจในบริการที่ดีเยี่ยม และลูกค้าที่มาใช้บริการกับเราแล้วพึงพอใจกับการให้บริการ จึงแนะนำบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ลูกค้าสามารถเดินทางมาซ่อมที่ร้านได้ด้วยตนเอง หรือส่งมาทาง ปณ.ไทย และขนส่งเอกชน รับซ่อมไอโฟนทั่วประเทศไทย

ซ่อม iphone

ซ่อม iPhone ร้านคิมล็อคเทเลคอม เรายินดีให้บริการ รับเปลี่ยนหน้าจอไอโฟนในราคาที่น่ารัก เรามีอะไหล่ทั้งแท้ อะไหล่เหมือนแท้ให้ท่านได้เลือกตามใจ ตามกำลังทรัพย์ของท่าน และยังเป็นร้านซ่อมผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด ที่ดีที่สุด ถูกที่สุด ถ้าลูกค้ายังไม่มีร้านซ่อมในใจ ลองเปิดใจรับร้านเราไว้พิจารณา

กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด ท่านสามารถส่งมือถือของท่านมาซ่อมที่ร้านได้ หรือเดินทางมาได้ เรามีส่วนลดความเดินทาง จะใกล้จะไกล ที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก หรือภาคใต้ เรารับหมด และราคาเป็นกันเอง นอกจากนี้เรายังรับประกันอะไหล่หลังการใช้งานด้วยนะครับ และรับให้คำปรึกษาแนะนำปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการใช้งาน รับรองคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สำหรับลูกค้า ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถเดินทางมาซ่อมที่ร้านเราได้ ซ่อมด่วน ซ่อมเร็ว รอรับได้เลย ซ่อมเสร็จเราคืนค่าน้ำมันให้ลูกค้าที่เดินทางมาไกลมากกว่า 10 กม. อีกด้วย
สำหรับลูกค้าที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาซ่อมได้ด้วยตัวเอง สามารถส่งสินค้ามาทางไปรษณีย์ไทย หรือ ขนส่งเอกชน มาตามที่อยู่ร้าน หลังซ่อมเสร็จ ส่งคืนสินค้าให้ลูกค้าทันที

Posted in ทั่วไป

ซ่อม iPhone ด้วยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ซ่อม iphone

ซ่อม iPhone ผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด แก้ปัญหาทุกอาการเสีย รับซ่อมไอโฟนจัดส่งทั่วประเทศ โดยทีมงานมืออาชีพ

ซ่อม iPhone ผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด รับซ่อมไอโฟนจัดส่งทั่วประเทศ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

ซ่อม iPhone ทั่วประเทศ รับซ่อมไอโฟนทุกปัญหาทุกอาการเสีย รับซ่อมผลิตภัณฑ์ของ Apple ทุกชนิด ในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมการรับประกันการซ่อมที่น่าพึงพอใจ และการใส่ใจในการบริการ พร้อมอธิบายอาการเสียอย่างละเอียด พร้อมแนะเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์เพื่อยืดอายุการใช้งาน ให้ของที่ท่านรักอยู่กับท่านไปอย่างนานแสนนาน
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ลูกค้าจึงมั่นใจในบริการที่ดีเยี่ยม และลูกค้าที่มาใช้บริการกับเราแล้วพึงพอใจกับการให้บริการ จึงแนะนำบอกต่อกันไปเรื่อยๆ ลูกค้าสามารถเดินทางมาซ่อมที่ร้านได้ด้วยตนเอง หรือส่งมาทาง ปณ.ไทย และขนส่งเอกชน รับซ่อมไอโฟนทั่วประเทศไทย

ซ่อม iphone

ซ่อม iPhone ร้านคิมล็อคเทเลคอม เรายินดีให้บริการ รับเปลี่ยนหน้าจอไอโฟนในราคาที่น่ารัก เรามีอะไหล่ทั้งแท้ อะไหล่เหมือนแท้ให้ท่านได้เลือกตามใจ ตามกำลังทรัพย์ของท่าน และยังเป็นร้านซ่อมผลิตภัณฑ์ Apple ทุกชนิด ที่ดีที่สุด ถูกที่สุด ถ้าลูกค้ายังไม่มีร้านซ่อมในใจ ลองเปิดใจรับร้านเราไว้พิจารณา

กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด ท่านสามารถส่งมือถือของท่านมาซ่อมที่ร้านได้ หรือเดินทางมาได้ เรามีส่วนลดความเดินทาง จะใกล้จะไกล ที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก หรือภาคใต้ เรารับหมด และราคาเป็นกันเอง นอกจากนี้เรายังรับประกันอะไหล่หลังการใช้งานด้วยนะครับ และรับให้คำปรึกษาแนะนำปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการใช้งาน รับรองคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สำหรับลูกค้า ที่อยู่ต่างจังหวัด สามารถเดินทางมาซ่อมที่ร้านเราได้ ซ่อมด่วน ซ่อมเร็ว รอรับได้เลย ซ่อมเสร็จเราคืนค่าน้ำมันให้ลูกค้าที่เดินทางมาไกลมากกว่า 10 กม. อีกด้วย
สำหรับลูกค้าที่อยู่ไกล ไม่สามารถเดินทางมาซ่อมได้ด้วยตัวเอง สามารถส่งสินค้ามาทางไปรษณีย์ไทย หรือ ขนส่งเอกชน มาตามที่อยู่ร้าน หลังซ่อมเสร็จ ส่งคืนสินค้าให้ลูกค้าทันที

Posted in ทั่วไป

ซ่อมไอโฟน iphone ปัญหาที่เจอบ่อยๆ เมื่ออัพเดท iOS

ซ่อมไอโฟน iPhone ปัญหาที่เจอบ่อยๆ เมื่ออัพเดท iOS วันนี้ร้าน ซ่อมไอโฟน ขอนแก่น by คิมล็อคเทเลคอม มีเรื่องจะมาแจ้งเตือนเพื่อนสมาชิกทุกๆท่าน เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาระบบปฏิบัติการ IOS ของ Apple ได้ปล่อยเวอร์ชั่นล่าสุดออกมาคือ IOS 11 ซึ่งก็มาพร้อมกับฟังค์ชั่นและลูกเล่นใหม่ ๆ ตามภาษา IOS และหลังจากที่ปล่อยออกมาได้สักพักคนก็แห่กันอัพเดตุ IOS เวอร์ชั่นใหม่นี้กันอย่างบ้าคลั่ง ประจวบกับช่วงเทรนiphone8 พึ่งเปิดตัว ผลก็คือมีโทรศัพท์มือถือiphone ของuserผู้ใช้หลายคนเกิดอาการรวนจนติดต่อมาซ่อมกับเราเป็นจำนวนมาก ทำให้เราอยากเตือนเพื่อนสมาชิกร้านซ่อมไอโฟนขอนแก่นว่า ถ้าเป็นไปได้อย่าพึ่งอัพเดตุเวอร์ชั่นของ IOS เป็นเวอร์ชั่น 11 เพราะตอนนี้ IOS 11 ยังมีบัคอยู่เยอะ และไม่มีความเสถียรในการใช้งานอีกด้วย
ถ้าใครที่อยากจะอัพจริง ๆ ทางร้านเราก็ขอแนะนำว่าควรจะไปอัพเดตุเวอร์ชั่นใหม่ใน MAC PC หรือคอมพิวเตอร์ของท่านผ่านโปรแกรมituneดีกว่า
แนะนำ หลีกเลี่ยงการอับเดตiosผ่านไวไฟ จะดีที่ซู๊ด
คำถาม-คำตอบที่พบประจำ
ซ่อมไอโฟนช้า ไอโฟนความจำเต็ม เฟสเด้ง ไวไฟเทา เข้าแอ็ปเด้งออกเอง สแกนนิ้วไม่ได้ กล้องดำ กล้องใช้ไม่ได้ทุกฟังชั่น เชื่อป่าว อาการพวกนี้ เกิดจากการอับเดตiosผ่านwifi
ถาม:ใช่หรออัพมาแล้วใช้งานได้ดีปกติเลย
ตอบ: ผมขี้เดาคราบเพ่ อับตามสบายเลย ถ้ามันดี
ถาม:แล้วทำฟังชั่นนี้มาให้อับผ่านตัวเครื่องทำไม
ตอบ: อ๋อมันมีไว้ให้ ทำให้ไอโฟน ไอแพดพี่พังไง
วันนี้พี่ถึงได้มาเจอผมฮ่าๆ
ซ่อมไอโฟน by คิมล็อคเทเลคอม ไม่รักไม่บอก ห่วงใยคุณห่วงใยท่าน
เป็นไปได้ขอให้อย่าพึ่งอัพเดตุ IOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด แต่ควรรอให้ทาง IOS แก้บัคและปรับความเสถียรให้ลงตัวซะก่อน เมื่อไหร่ที่ IOS 11.1 ออกมาเมื่อไหร่ค่อยโหลดไปใช้กัน
ข่าวดี ประกาศ ณ.วันที่ 22/9/2560
อับ ios 11 แล้วไม่ถูกใจ apple ยังเปิดโอกาศให้ดาวเกรต iOS 10.3.3 ได้ครับ