Posted in ข่าวทั่วไป

จากต้นจนจิบ’ การเดินทางของกาแฟที่มาพร้อม ‘ความยั่งยืน

จากความเชื่อในพลังความคราฟต์สุดพิถีพิถัน บวกกับความเบื่อหน่ายกับแฟรนไชส์แบบเดิมๆ ทำให้เมื่อ 8-11 มีนาคมที่ผ่านมา หลายคนต่างตาค้างไปกับเทศกาลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ‘Thailand Coffee Fest 2018’ ครั้งที่ 3

บรรยากาศครบเครื่องด้วยการออกบูธของผู้จำหน่ายเครื่องชง เครื่องคั่ว และเมล็ดกาแฟชั้นนำจากมือเกษตรกรรวมแล้วมากกว่า 130 ราย พร้อมฉายภาพการเดินทางของกาแฟ ซึ่งพาทุกคนไปพบกับแนวคิดเรื่อง ‘ความยั่งยืน’ ที่ซ่อนตัวอยู่ทุกอณูรายละเอียด

ต้องยอมรับว่า ในปัจจุบัน ธุรกิจกาแฟขยายตัวต่อเนื่อง โดยปริมาณการบริโภคมีไม่ต่ำกว่า 8 หมื่นตันต่อปี ถือเป็นธุรกิจที่ควรผลักดันให้เจริญก้าวหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และความโดดเด่นของกาแฟไทยสู่ระดับสากล

วัลลภ ปัสนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยกล่าวว่า กระแสช่วงหลังๆ หลายคนนิยมบริโภคเอกลักษณ์ของกาแฟ ทำให้ผู้ผลิตรายเล็กๆ ต้องหันมาใส่ใจกับเรื่องการระบุสายพันธุ์ แหล่งปลูก และคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน จึงเกิดเป็นสมาคมกาแฟพิเศษไทย เพื่อทำหน้าที่สื่อสารกับเกษตรกร และบุคลากรในตลาดกาแฟ

สำหรับตัวอีเว้นท์ ‘Thailand Coffee Fest’ ก็เป็นกิจกรรมเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลิตภัณฑ์ของตัวเองมานำเสนอแก่บรรดาร้านค้า และคอกาแฟ กระทั้งต่อมากระบวนการผลิตของเกษตรกรเกิดการพัฒนาขึ้น เพราะโรงคั่วเมล็ดกาแฟต่างๆ ภายในประเทศล้วนกำลังต้องการกาแฟคุณภาพดี เพื่อเสิร์ฟออกสู่ท้องตลาด

“จากปกติที่คนส่วนใหญ่มักคิดถึงกาแฟต่างชาติดีๆ แพงๆ ทว่าปัจจุบันทุกภาคส่วนของกาแฟไทยช่วยกันพัฒนาทั้งเรื่องของรสชาติ และความโด่ดเด่นก็ค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ปลายทางทั้งที่เป็นร้านกาแฟ หรือนักดื่มกาแฟ เริ่มหันมาสนใจกาแฟไทยมากขึ้น”

“ผมหวังว่า สักวันกาแฟไทยจะอยู่ในระดับที่คอกาแฟทั่วโลกให้การยอมรับ”

นอกจากนั้น ‘Thailand Coffee Fest 2018’ ครั้งที่ 3 ยังมาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘A Journey of Coffee : จากต้นจนจิบ’ โดยทุ่มความสำคัญกับเรื่องการทำธุรกิจกาแฟให้เกิด ‘ความยั่งยืน’ ตั้งแต่เกษตรกร โรงคั่วกาแฟ ผู้ส่งออก จนถึงร้านกาแฟ คือเป็นประโยชน์ต่อทั้งชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ ภายในงานเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น การนำผ้ากระสอบมาตกแต่งและเสื้อที่ระลึกของ ‘The Cloud’ holiday palace ก็มาจากแก้วกาแฟรีไซเคิลด้วย