Posted in ข่าวทั่วไป

3 วิธีดูแลผู้สูงอายุแบบทันสมัย หากเราต้องออกไปนอกบ้าน

ในช่วงเวลาที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหรือไปพักร้อนต่างจังหวัด หลายคนคงกังวลใจเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพของผู้สูงวัยอย่างคุณพ่อ-คุณแม่ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวไม่น้อย ยิ่งถ้าหากท่านเหล่านี้มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย ก็อาจทำให้ปริมาณความเป็นห่วงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม อันที่จริงแล้วการดูแลผู้สูงวัยทำได้หลายวิธี เริ่มตั้งแต่การเตรียมสิ่งแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการเข้าร่วมสังคมของผู้สูงอายุ ดังที่ Sarah Baldauf จาก U.S. News ได้กล่าวไว้ว่า ปัจจุบันเราสามารถเชื่อมโยงทุกอย่างให้มาอยู่ภายในมือของเราได้ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนี่อาจเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยลดทอนความกังวลใจของบุตรหลานรวมถึงผู้ดูแลก็เป็นได้

ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้สูงวัยในบ้าน
เทคโนโลยีแบบใหม่ที่เรียกว่า Motion Sensors Technology สามารถนำมาใช้ติดตามการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้านได้ โดยบริษัท Intel และ GE ได้คิดค้นอุปกรณ์ชื่อว่า QuietCare ที่จะทำการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาแปลผลแบบเรียลไทม์ ก่อนอัพเดทเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นไปบนเว็บไซต์ ถ้าหากตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ดูแลให้รับทราบได้ทันที

ใกล้ชิดกันได้ทุกเมื่อ
เราแนะนำให้คุณหมั่นติดต่อกับผู้สูงอายุอยู่เสมอแม้ว่าจะกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้นอยู่ก็ตาม เพื่อให้พวกท่านไม่รู้สึกว้าเหว่ อีกทั้งยังทำให้เราอุ่นใจได้ด้วยว่าท่านยังอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งการพูดคุยกันผ่านกล้องบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้น นับเป็นวิธีที่ดีในการเชื่อมโยงคุณกับสมาชิกผู้สูงวัยในบ้านให้รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ๆ กันตลอด ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่เราคุ้นเคยกันดีก็มีเช่น Skype LINE หรือ Facebook และที่สำคัญคือใช้ฟรีอีกต่างหาก
เทคนิคการร้องเพลง
อย่าลืมเตือนผู้สูงอายุให้ทานยา
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น อาการหลงๆ ลืมๆ ก็มักเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าจะเป็นตัวคุณเองหรือผู้สูงอายุ แต่สิ่งที่ห้ามลืมโดยเด็ดขาดก็คือ การทานยาให้ตรงเวลา ตัวช่วยที่น่าสนใจที่เราอยากแนะนำให้ลองใช้คือ Pill Alert โดยแอปตัวนี้สามารถกำหนดวันและเวลาการทานยา เหมือนมีเลขาส่วนตัวคอยเตือนเมื่อถึงเวลากินยา

ทางเลือกในอนาคตอันใกล้ 
นอกเหนือจากอุปกรณ์และแอปต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุตามที่ได้ยกมาเป็นตัวอย่างแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีการสร้างหุ่นยนต์เพื่อมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุแทนมนุษย์ก็เป็นได้ อย่างเช่น ผลงานจากสถาบันวิจัย Riken ในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้พัฒนาหุ่นยนต์พยาบาล Robear สำหรับช่วยยกผู้ป่วยหรือดูแลผู้สูงวัยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ผู้ป่วยหรือผู้สูงวัยยังสามารถบังคับหุ่นจากเครื่องแท็บเล็ตได้อีกด้วย

เทคโนโลยีเช่นนี้อาจมีการนำมาใช้กันแพร่หลายมากขึ้นตามแนวโน้มประชากรผู้สูงอายุบนโลกเราที่เพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า “สังคมสูงวัย” ซึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอัตราประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง แต่ในทางกลับกันอายุโดยเฉลี่ยของประชากรกลับเพิ่มสูงขึ้น หากประเทศใดเผชิญกับปรากฏการณ์นี้อยู่ล่ะก็ หมายความว่าประเทศนั้นจะมีประชากรส่วนหนึ่งอยู่ในช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่นในประเทศญี่ปุ่นตามรายงานของ The Guardian ที่เผยว่า นักพัฒนานโยบายระดับชาติในประเทศญี่ปุ่นกำลังพยายามวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต โดยคาดการณ์เอาไว้ว่าในปี 2060 ดินแดนอาทิตย์อุทัยจะมีประชากรผู้สูงอายุวัย 65 ปี หรือมากกว่า เพิ่มขึ้นแตะหลักร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศเลยทีเดียว

ขณะที่ประเทศไทยก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน โดย ผศ.ดร.ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ตีพิมพ์ข้อมูลวิจัยผ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ว่า ประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนราวร้อยละ 10 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสังคมสูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย