Posted in การดูแลผู้สูงอายุ

การฟื้นฟูดูแลผู้ป่วยติดเตียง

การฟื้นฟูผู้ป่วยติดบ้านและติดเตียง ปัจจุบันในสังคมไทยของเรานั้นมีผู้สูงอายุมากขึ้นและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอีกหนึ่งโรคที่จะมีมาพร้อมกับผู้สูงอายุ คือ โรคผู้ป่วยติดเตียง  วิธีการดูแลรักษาพร้อมกับคำแนะนำสำหรับโรคผู้ป่วยติดเตียง โดย นายแพทย์ พิษณุ สุนทรปิยะพันธ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ลักษณะของผู้ป่วย มี 2 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดบ้าน มีลักษณะอาการคือ สามารถเคลื่อนไหว เดินภายในบ้านได้ ออกนอกบ้านไม่ได้ต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด

ผู้ป่วยติดเตียง มีลักษณะอาการ คือ ผู้ป่วยที่มีโรค ไม่สามารถเคลื่อนไหวตัวเองได้ หรืออาจจะเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง

เทคนิคการร้องเพลง

การฟื้นฟู การดูแลผู้ป่วยติดบ้าน มีขั้นตอนดังนี้

• ในกรณีที่มีผู้สูงวัยเป้นผู้ป่วยติดบ้าน คนในครอบครัวต้องดูแลอาการ ให้คงสถาพให้มากที่สุด ช่วยเหลือตัวเองพื้นฐานได้ เช่น ผู้ป่วยสามารถเดินเองได้,เข้าห้องน้ำเองได้ แปรงฟันเองได้ ต้องให้เขา คงสภาพมากที่สุด ระมัดรวังเรื่องการหกล้ม หรืออุบัติเหตุ เล็กๆน้อยๆ เพื่อไม่ให้อาการทรุดลงไปกว่าเดิม

การฟื้นฟูการดูแล ผู้ป่วยติดเตียง มีขั้นตอนในการดูแลหลักๆ 3 ข้อ และเน้นในส่วนของผู้ดูแล เพื่อปฏิบัติกับผู้ป่วยได้ถูกต้อง
• ผู้ป่วยต้องมีคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด ไม่มีแผลกดทับ ไม่มีข้อติด อาหาร การขับถ่าย การปฏิบัติเหลานี้ต้องคำนึงถึงความสะอาดและความเหมาะสม
• ลดภาระที่จะนำผู้ป่วยไป โรงพยาบาล เพราะครอบครัวและผู้ดูแลสามารถดูแลได้ดีเหมือนกัน จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปโรงพยาบาล เพราะการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในแต่ล่ะครั้งมีค่าใช้จ่ายและมีอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
• ต้องเป็นภาระของผู้ดูแลให้น้อยที่สุด ต้องให้ความร่วมมือกับผู้ดูแลในการขยับหรือยกส่วนต่างๆของตัวผู้ป่วย

 

สาเหตุของการเกิดแผลกดทับ คือ การที่ผู้ป่วยนอนนานๆบริเวณที่เป็นปุ่มกระดูกต่างๆบริเวณเหลานี้ก็จะขาดเลือดมาเลี้ยงตรงนั้นผิวหนังก้จะตายจนเป็นแผลไปเรื่อยๆ
การป้องกันและหลีกเลี่ยงการเกิดแผลกดทับ
• หมั่นตรวจเชคทุกวันในบริเวณที่อาจเกิดแผลกดทับได้ ว่าตรงบริเวณนั้นๆ มีอาการแดงๆรึยัง ถ้ามีถือว่ามีโอกาสเสี่ยงแล้วที่เป็นแผลกดทับ
• หมั้นตรวจสอบการขับถ่ายอยู่เป็นระยะ เชดทำความสะอาดให้แห้ง ทาดลชั่นหรือวาสลีน เพื่อความชุ่มชื่น
• ต้องนอนในท่าทางที่เหมาะสม และเปลี่ยนท่าพลิกตัว ทุกๆ2ชั่วโมง
• ในการเคลื่อย้ายผู้ป่วยให้ยกตัวของผู้ป่วยแทนการลากถู เพื่อลดการเสียดสีของผิวหนังกับพื้นเตียง
• ดูแลเรื่องอาหารกิน เลือกอาหารเพื่อสุขภาพ และย่อยง่าย เพื่อลดภาวะการอืดของท้อง

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ

วิธีฟื้นความจำสำหรับผู้สูงอายุ

หลายๆคนที่มีปัญหาเหล่านี้มักจะโทษว่า “แก่แล้ว ขี้ลืม” บางคนก็โทษว่ามียีนขี้ลืม หรือชีวิตที่ยุ่ง

มากทำให้ได้หน้าลืมหลัง แต่จะมีสักกี่คนที่จะหันมามอง อาหารที่กินในชีวิตประจำวัน เนื่องจากสิ่งที่เราเลือกกินทุกสิ่งมีผลต่อความคิด สมาธิ ระดับความเฉลียวฉลาด ความจำ ความรวดเร็วในการโต้ตอบ รวมทั้งอัตราความเสื่อมของสมอง

ปกติเมื่อเราแก่ตัวลงจะมีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความต้องการสารอาหารของสมองที่จะใช้ในการทำงาน เช่น การสร้างสารสื่อประสาท การรักษาระดับการทำงานของเซลล์สมอง รวมทั้งการซ่อมแซมเซลล์สมองด้วย ฉะนั้นการปรับวิธีกินสารอาหารบางชนิดจะช่วยให้การทำงานของสมองในส่วนการเรียนรู้ดีขึ้น

สมองเราจะตอบโต้ต่อสิ่งที่ทำอันตรายสมองในทำนองเดียวกับที่ร่างกายทำ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การกินที่ย่ำแย่ สารพิษ ขาดการออกกำลังกาย นอนไม่พอ ขาดสารอาหาร ฯลฯ สิ่งที่ควรทำคือ ปรับให้สมองพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้น แล้วเราจะเห็นความมหัศจรรย์ ของสมอง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะมีข้อแนะนำในการฟื้นฟูสมองให้กลับมาเฉียบแหลมอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเข้าสู่วิธีเหล่านั้น เราควรทำความเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับสมองเสียก่อน

ยีนของโรคอัลไซเมอร์

เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์มีปัจจัยส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับยีน และไม่ใช่ยีนเพียงตัวเดียว แต่จะมียีนหลายๆตัวของหลายๆโรคที่แอบมีความสัมพันธ์กัน (เหมือนกับหนุ่มสาวที่แอบมีกิ๊กหลายๆคน) รวมทั้งโรคสมองเสื่อม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างที่มีผลต่อการทำงานของยีนเกี่ยวข้องด้วย ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่ อาหาร วิตามิน แร่ธาตุ สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ ความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย และอื่นๆอีกมากมาย

คนที่มี ยีนอะโป-อี4 (APOE-e4) นอกจากจะมีความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์สูงแล้ว ยังทำให้การลดระดับคอเลสเตอรอลและการขับพิษสารปรอทออกจากสมองทำได้ยาก นอกจากนี้ร่างกายยังมียีนอีกชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ขับพิศโลหะและสารพิษอื่นๆ ได้แก่ ยีนจีเอสที (glutathione-s-transferase, GST) แต่ก็นั่นแหละ ถึงใครจะมียีนนี้แต่หากประสิทธิภาพการทำงานไม่ดี ก็จะทำให้คนคนนั้นสะสมสารพิษมากเกินไปได้

ถ้าคนคนนั้นมียีนทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้ว ก็จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะความจำเสื่อมมากขึ้น

มีงานวิจัยรายงานไว้ว่า คนที่ไม่มียีน GST มีแนวโน้มว่าจะทำให้มีระดับสารปรอทสะสมในร่างกายสูง

ยีน MTHFR (methylenetetrahydrofolate reductase) คนที่มียีน MTHFR จะทำให้ร่างกายมีความต้องการโฟเลตสูงขึ้นเพื่อช่วยลดสารโฮโมซิสเตอีนในเลือด เพราะสารตัวนี้เป็นพิษต่อสมอง เร่งให้สมองเสื่อม

ยีน CETP (cholesteryl ester transfer protein) ยีนชนิดนี้เป็นกิ๊กกับอะโป-อี4 คนที่มียีนชนิดนี้จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลสูงง่าย การที่มีคอเลสเตอรอลสูงจะเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาความจำเสื่อม ฉะนั้นเมื่อยีนอะโป-อี4 มาปิ๊งกับยีน CETP จะทำให้ความเสี่ยงของการเกิดความจำเสื่อมสูงขึ้นไปอีก

มีอาหารช่วยต้านการทำงานของยีนที่ไม่ดีหรือไม่

การแพทย์ทางเลือกจะใช้ความรู้ด้านอาหารและความสัมพันธ์ของยีนมาช่วยแก้ไขหรือผ่อนหนักเป็นเบา

holiday palace

หากตรวจพบว่ามีระดับสารปรอทสูง อาหารที่จะช่วยแก้พิษปรอท คือ ผักตระกูลคะน้า วอเตอร์เครส ผักชี มิลค์ทิสเซิล (milk thistle) ซึ่งเป็นสมุนไพรพื้นเมืองของยุโรปที่มียางสีขาวคล้ายน้ำนม มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและป้องกันตับจากสารพิษ แร่ธาตุซีลีเนียม สังกะสี และยาที่จะช่วยให้ร่างกายขจัดพิษได้ง่ายขึ้น

หากมียีนที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง ก็จะมุ่งไปที่การลดสารโฮโมซิสเตอีนโดยใช้วิตามินประเภทโฟเลต วิตามินบี 6 และบี 12 ในปริมาณสูงกว่าปกติ

แต่วิธีการเหล่านี้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อมีการตรวจยีนก่อน ในบ้านเราค่าบริการตรวจยีนยังค่อนข้างแพง จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก นั่นจึงทำให้มีข้อจำกัดในการใช้วิธีตรวจยีนผสมผสานกับการใช้โภชนศาสตร์ในการแก้ไข

ฉะนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องของความจำในทางการแพทย์ ความจำเสื่อมจะดำเนินไปเรื่อยๆ บางครั้งเร็ว บางครั้งช้า แต่จะไม่ดีขึ้น สมัยก่อนโรคหัวใจหรือหลอดเลือดตีบเป็นโรคที่ถูกมองว่ามาสามารถรักษาได้ แต่ปัจจุบันนี้ได้มีการพิสูจน์แล้วว่ารักษาได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองจึงเชื่อว่าโรคความจำเสื่อมสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ถ้ารู้แต่เนิ่น ๆ และให้ความสนใจกับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการทำงานของสมอง เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด การขาดสารอาหาร สารพิษ ฮอร์โมน เสียสมดุล การอักเสบ และอื่นๆอีกมากมาย

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ

10 คำถามที่ต้องถามเมื่อกำลังจะจ้างผู้ดูแลมืออาชีพ

มีหลายเหตุการณ์ในชีวิตที่คุณอาจต้องการจ้างผู้ดูแลมืออาชีพสำหรับตัวเองหรือคนที่คุณรัก ส่วนมากมักจะเป็นช่วงเวลาวิกฤต ดังนั้น พวกเขาจึงมักไม่แน่ใจว่าต้องการอะไรบ้างและการบริการควรจะประกอบด้วยอะไร ไม่ว่าคุณจะต้องการความช่วยเหลือระยะสั้นหรือระยะยาว ควรถามคำถามเหล่านี้ก่อนตัดสินใจจ้างผู้ดูแล

ผู้ดูแลสามารถกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่นำเอาความเชี่ยวชาญของตนเองมาช่วยเหลือผู้ที่ต้องการ ทีมช่วยเหลือนี้ อาจเป็นที่ต้องการเพียงระยะไม่กี่วันหรือสัปดาห์หรือต่อไปสำหรับการมีภาวะเรื้อรังหรือโรคที่จะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น โรคความจำเสื่อม และนี่คือ 10 คำถามที่คุณต้องถามเมื่อกำลังจะจ้างผู้ดูแลมืออาชีพ

1. ทำไม? เมื่อแต่ละคนพบว่าตัวเองต้องการผู้ดูแล สิ่งที่สำคัญก็คือคำถามที่ว่าทำไม ความต้องการอะไรบ้างที่ยังไม่สามารถทำได้ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นเรื่องของกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานและการใช้อุปกรณ์ในชีวิตประทำวันที่ทำให้เริ่มคิดว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม กิจวัตรประจำวันพื้นฐานเหล่านี้ประกอบไปด้วยการอาบน้ำ การแต่งตัว การเข้าห้องน้ำ การหวีผม การเดิน การเคลื่อนย้าย (เช่น จากเก้าอี้ไปเตียง) และการทานอาหาร กิจวัตรประจำวันที่ต้องมีการใช้อุปกรณ์ประกอบด้วยการเตรียมอาหาร การขับรถหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ การจัดการเรื่องการเงิน การจัดยา การทำงานบ้านและสวน และการดูแลสัตว์เลี้ยง

2. ใคร? บางทีสิ่งที่ต้องการอาจเป็นนักกายภาพบำบัดหรือนักกิจกรรมบำบัด เพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานและกิจวัตรที่ต้องใช้อุปกรณ์ได้ บางคนอาจยังต้องการผู้ดูแลเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้เชี่ยวชาญเช่นการช่วยออกกำลังกายร่วมกัน บริษัทที่จัดหาผู้ดูแลอาจมีผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะมากขึ้น เช่น นักสังคมสงเคราะห์อยู่ในทีมงาน โดยทั่วไปผู้ดูแลมักได้รับการอบรมให้ช่วยเหลือกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน และที่ต้องใช้อุปกรณ์และไม่ได้อบรมมาเพื่อทำงานแทนนักกิจกรรมบำบัดหรืออื่น

3. เมื่อไหร่? บางครั้งความต้องการการช่วยดูแลที่บ้านก็เกิดขึ้นนอกบ้าน ตัวอย่างเช่น บางคนอาจเพิ่งได้รับอนุญาตให้กลับบ้านจากโรงพยาบาล หรือจากศูนย์ฝึกกายภาพบำบัดในตอนกลางวันซึ่งสมาชิกในครอบครัวยังคงอยู่ที่ทำงานหรือโรงเรียน ลองถามว่ามีผู้ดูแลคนใดบ้างที่จะช่วยเหลือด้านการเดินทางได้

เทคนิคการร้องเพลง

4. พวกเขาต้องการแผนการดูแลที่จัดเตรียมไว้แล้วหรือไม่? แผนการนี้ได้ถูกเขียนและจัดการระหว่างผู้ป่วยและสมาชิกในครอบครัวและมีการแก้ไขเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหรือไม่ แผนการดูแลนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกผู้ดูแล เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะสมกับทุกแผน นอกจากนั้นควรมองหาผู้ดูแลที่ได้รับการอบรมให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เพื่อที่จะได้สามารถปรับเปลี่ยนการดูแลได้ตามความต้องการเพราะบางครั้งการดูแลที่น้อยลงหรือเปลี่ยนชนิดของการดูแลก็อาจจะได้ประโยชน์มากกว่า

5. บริษัทจัดหาผู้ดูแลได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของการดูแลและต่อเนื่องหรือไม่?  ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบบันทึกประจำวันที่บ้านของผู้ป่วยและการตรวจเยี่ยมแบบไม่แจ้งกำหนดการ

6. หากมีอะไรฉุกเฉินนอกเวลางานจะมีการจัดการอย่างไร? อย่ารอจนกระทั่งมีปัญหาแล้วจึงค่อยขอเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง หรือช่องทางการติดต่อในตอนกลางคืน

7. บริษัทจัดหาผู้ดูแลที่บ้านมีการจัดทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุถึงสิทธิและความรับผิดชอบของลูกค้าและอธิบายถึงนโยบายในด้านความเป็นส่วนตัวหรือหลักจริยธรรมหรือไม่

8. พวกเขามีการคัดกรองพนักงานที่จะมาเป็นผู้ดูแลอย่างละเอียดเช่นการตรวจสอบแหล่งที่มา ประวัติการขับขี่ และการตรวจสอบเบื้องหลังทางอาชญากรรม?

9. บริษัทมีการจัดอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะของพนังงานหรือไม่?

10. ผู้ดูแลที่มานี้เป็นพนักงานของบริษัทหรือเกิดจากการติดต่อส่วนตัว? หากพวกเขามาจากการติดต่อส่วนตัว คุณอาจจะต้องรับบทบาทเป็นเจ้านายและรับผิดชอบการจ่ายภาษีและอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะรู้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการการจ่ายเงินและการจ้างงานอย่างไรและกฎหมายและแนวทางของรัฐในการจ้างงานเช่นลดการเสียภาษีตามความเหมาะสมและให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการอื่นๆ

บริษัทที่น่าเชื่อถือควรจะตอบคำถามทั้งหมดนี้หรือมากกว่านี้ได้ก่อนที่คุณจะพบกับผู้ดูแล คุณมีสิทธิ์ในการถามทุกคำถามและให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับความปลอดภัยและการดูแลที่มีคุณภาพที่บ้านของคุณ

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ, ช่วงสุดท้ายของชีวิต

การดูแล

หลักการดูแลผู้ป่วยในช่วงก่อนเสียชีวิต
ผู้ดูแลควรทราบว่าในระยะดังกล่าว ผู้ป่วยจะมีอาการอะไรบ้าง ซึ่งแพทย์ควรพูดคุยให้ผู้ดูแลและญาติทราบก่อน และมีการวางแผนล่วงหน้าว่าจะจัดการกับอาการดังกล่าวอย่างไร เพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ดูแลให้น้อยลง Continue reading “การดูแล”

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ, โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

เคล็ดลับดูแลสุขภาพเบื้องต้นเมื่อก้าวสู่วัยสูงอายุ

 

– ควบคุมโภชนาการ ให้เหมาะสมกับร่างกาย ควรหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง รสเค็มจัด และอาหารรสหวาน

– หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ – ดื่มน้ำมากๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย Continue reading “เคล็ดลับดูแลสุขภาพเบื้องต้นเมื่อก้าวสู่วัยสูงอายุ”

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ

หลัก 5 อ. จำง่ายๆ ดูแลผู้สูงอายุในบ้านคุณ

 

การปฏิบัติตนที่ถูกต้องและเหมาะสมตามหลักการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุตามหลัก 5 อ. ได้แก่
1.อ.อาหารผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งมีผลต่อการทานอาหารของผู้สูงอายุมาก การจัดเตรียมอาหารจะต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย Continue reading “หลัก 5 อ. จำง่ายๆ ดูแลผู้สูงอายุในบ้านคุณ”

Posted in การดูแลผู้สูงอายุ

การดูแลผู้สูงอายุ

 

การดูแลผู้สูงอายุ เรียนรู้เข้าใจ… ดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้สุขทั้งกายและใจ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันประเทศไทยเรามีสัดส่วนของผู้สูงอายุสูงที่สุดในอาเซียน และกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากจำนวนประชากรของผู้สูงอายุของประเทศไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้น Continue reading “การดูแลผู้สูงอายุ”